Showing posts with label ชายแดน. Show all posts
Showing posts with label ชายแดน. Show all posts

Thursday, October 16, 2008

ผลเจรจาไทย-เขมรล้มเหลว


ผลเจรจาทหารไทย-กัมพูชา ไร้ข้อสรุป ยังคงตรึงกำลังไว้ทั้งสองฝ่าย จัดชุดลาดตระเวนร่วมป้องกันการปะทะ พร้อมนัดเจรจารอบใหม่ 21ตุลาฯที่เสียมราฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การเจรจาร่วมกันระหว่างทหารไทย กับทหารกัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะกันที่ภูมะเขือ เชิงปราสาทเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ วานนี้ ปรากฏว่า ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันในการจัดกำลังชุดลาดตระเวนร่วมในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการปะทะ และนัดเจรจาคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค หรือ อาร์บีซี อีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ที่เมืองเสียมราฐ ของประเทศกัมพูชา

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่2

ผู้ สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การเจรจาร่วมกันระหว่างทหารไทย กับทหารกัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะกันที่ภูมะเขือ เชิงปราสาทเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ วานนี้ ปรากฏว่า ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันในการจัดกำลังชุดลาดตระเวนร่วมในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการปะทะ และนัดเจรจาคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค หรือ อาร์บีซี อีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ที่เมืองเสียมราฐ ของประเทศกัมพูชา

พล. ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังหารือกับฝ่ายกัมพูชาว่าไทยและกัมพูชาตกลงทำการลาดตระเวณร่วม กันในพื้นที่พิพาทใกล้ชายแดน หลังจากการหารือกับฝ่ายกัมพูชาเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยทั้งสองฝ่ายจะตรึงกำลังและปืนใหญ่ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนใกล้บริเวณ ปราสาทพระวิหารต่อไป

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการ จ.ศรีสะเกษ เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ติดชายแดนกัมพูชา เพื่อซักซ้อมความเข้าใจแผนอพยพประชาชน กรณีเกิดการปะทะกันของทหารทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นอีก ตามแผนจะอพยพเฉพาะเด็ก สตรี คนชรา ผู้ป่วย คนพิการ และพระสงฆ์ในพื้นที่ 17 หมู่บ้าน

นายวีระพันธุ์ วัชราทิพย์ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กล่าวภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา เมื่อวานนี้ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ปิดสถานทูตไทยในกัมพูชา รวมทั้งยังไม่มีแผนอพยพคนไทยในกัมพูชากลับประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึงเที่ยงวันนี้ มีคนไทยเดินทางกลับประเทศแล้วกว่า 600 คน โดยส่วนใหญ่ เป็นนักธุรกิจที่มีความกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีบทเรียนจากกรณีเผาสถานทูต

กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญคณะทูตานุทูต และองค์กรระหว่างประเทศ 80 ประเทศ มารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา จากนายวีรชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งลงพื้นที่จุดที่มีการปะทะกัน และมีปัญหาทับซ้อนของพื้นที่

นอก จากนี้ ยังเชิญ พล.ท.ธำรงศักดิ์ ดีมงคล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ มาเปิดเผยข้อมูลหลังจากพบกับระเบิด TMM 2 ในพื้นที่ ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการนำมาฝังใหม่ของฝ่ายกัมพูชา เพราะว่ามีนายทหารพรานของไทย 2 นายได้รับบาดเจ็บขาขาด จากการเหยียบกับระเบิดบริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ถือว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หรือ ห้ามทุ่นระเบิดที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามเป็นภาคีระหว่างกัน เมื่อปี 2543

สำหรับอนุสัญญาออตตาวา มีสาระสำคัญคือ การห้ามใช้สะสม ผลิตและเคลื่อนย้ายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยที่ประชุมจะมีการนำภาพที่ฝ่ายไทยเก็บ และรวบรวมเป็นหลักฐานมาแสดงให้คณะทูตานุทูตรับทราบ.
ที่มา โพสท์ทูเดย์

พระวิหารเดือดไทยเจ็บ7-เขมรตาย2


" ตอนนี้เหตุการณ์สงบแล้ว ไม่มีการยิงกัน ไม่มีการปะทะกันอีก ทางกระทรวงการต่างประเทศ กำลังจะประสานงานไปทางกัมพูชา จริงๆ ทราบจากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่า เช้าวันเดียวกันนี้ ทาง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ยังโทรศัพท์มาคุยด้วยอยู่เลย ซึ่งผมคิดว่า เหตุ การณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรง จึงน่าจะยุติได้ และคงจะหาข้อมูลข้อเท็จจริงได้ ว่า ต่อไปเราควรจะดำเนินการอย่างไร" นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวว่า ทหารไทยได้ยิงตอบโต้ จนทำให้ทหารฝ่ายของกัมพูชาเสียชีวิต นายสมชายกล่าวว่า "เท่าที่ได้รับรายงาน ว่า กระสุนมาจากทางโน้นก่อน เราจึงจะได้ยื่นบันทึกช่วยจำ"

@ เข้ากห.วันแรกถกผบ.เหล่าทัพ

รายงาน ข่าวแจ้งว่า วันที่ 16 ตุลาคม นายสมชาย นายกรัฐมนตรีจะเข้ารับหน้าที่ รมว. กลาโหม ที่กระทรวงกลาโหมเวลา 08.39 น. และจะขึ้นแท่นรับความเคารพจากทหารกองเกียรติยศ และตรวจแถวทหารกองเกียรติยศจาก 3 เหล่าทัพ มีบรรดา ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมพิธี ประกอบด้วย พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารระดับ 5 เสือแต่ละเหล่าทัพเข้าร่วม

จากนั้นนายสมชายจะเข้าสำนักงาน รมว.กลาโหมประชุมหารือกับ ผบ.เหล่าทัพ เป็นการส่วนตัว และมอบนโยบาย ผบ.หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ที่ห้องประชุมสุรศักดิ์มนตรี และทาง ผบ.เหล่าทัพจะมีการหารือกับนายสมชายถึงสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะ นี้ รวมถึงปัญหาข้อพิพาทเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา กรณีที่มีการปะทะ โดยทางกองทัพจะมอบหมายให้ พล.อ.ทรงกิตติ เป็นผู้สรุปรวบรวมเหตุการณ์เพื่อชี้แจงให้นายสมชาย รับทราบ

@ "ฮอนัมฮง"ระบุจับ10ทหารไทยได้

เวลา 18.47 น. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายฮอ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แถลงว่า จากเหตุปะทะกันที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังได้จับกุมทหารไทย 10 นายเอาไว้หลังการปะทะกัน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ดูแลทหารทั้ง 10 นายอย่างดี และพร้อมที่จะส่งตัวทั้งหมดกลับประเทศไทยหากรัฐบาลไทยร้องขอมา

@ สรุปทหารไทยเจ็บ7นายสาหัส1

ส่วน ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกันกับทหารกัมพูชาบริเวณแนวชายแดน ปราสาทเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ถูกลำเลียงเข้ารักษาตัว 7 นาย ได้แก่ ร.ท.ธนพล พงษ์เสือ จ.ส.อ.แสวง สมอินทร์ ทพ.กิตติศักดิ์ เพ็ชรภักดิ์ ทพ.ทองสา คำนนท์ ทพ.วิรัช บุญมา ทพ.จรวย วงศ์คำ ทพ.บุญฤทธิ์ขันตี เข้ารับการรักษาตัวที่ตึกฉุกเฉิน โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 นาย คือ ทพ.วิรัชถูกยิงบริเวณขาขวาท่อนบนกระดูกขาแตกและผิดรูป แพทย์ผ่าตัดอาการพ้นขีดอันตราย ส่วน จ.ส.อ.แสวงถูกสะเก็ดบริเวณใบหน้าและตามร่างกาย ส่วนทหารพรานอีก 4 นายถูกสะเก็ดระเบิดแพทย์รักษาบาดแผลและให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป

@ มทภ.2เผยสถานการณ์ยังตึงเครียด

พล. ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า การปะทะกันที่ภูมะเขือนาน 30 นาทีทำให้ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิตและบาดเจ็บไป 3-4 นาย สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าปลอดภัยแล้ว ช่วงเกิดเหตุทหารเราอยู่ในฐาน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาลาดตระเวนมาพอเจอเราก็จัดกำลังเข้าตีทันที ตอนนั้นไทยมีประมาณ 30 นาย ตอนแรกทหารเข้ามาเจรจานาน 5 นาที บอกให้เราถอนกำลังออก พอเจรจาไม่เป็นผลก็ตีเรา และใช้อาวุธกันตลอดแนวจนถึงปราสาทพระวิหารเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ความสูญเสียอยู่บริเวณกลางจุดที่มีปัญหา คือ จุดที่บอกให้เราถอนภายในเวลา 12.00 น.

"ผมประสานไปทางฝ่ายกัมพูชา เขาก็กำลังสั่งการกำลังของเขา โดยเราแจ้งว่า ถ้ามีเหตุการณ์อีกเราก็จำเป็นต้องตอบโต้รุนแรงกว่านี้ ตอนนี้ก็มีความตึงเครียดทั้ง 2 ฝ่าย การเจรจาที่กำหนดขึ้น ไม่รู้ว่าจะได้ผลอย่างไร พยายามจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ยุติลงให้ได้ เดิมมีกำหนดการให้ ผบ.กกล.สุรนารีไปเจรจาในตอนเช้า แต่กัมพูชาขอเลื่อนเป็นวันที่ 16 ตุลาคมยังไม่กำหนดสถานที่และเวลา ทำให้สถานการณ์ชายแดนตอนนี้ยังตึงเครียดมาก"

@ ปัดไม่มีการคุมตัวทหารทั้ง2ฝ่าย

พล. ท.วิบูลย์ศักดิ์กล่าวว่า มีอาวุธและกำลังพลเพียงพอจะตอบโต้และรักษาแผ่นดินไว้ ขอให้มีความมั่นใจ สำหรับกระแสข่าวว่า ทหารกัมพูชายอมแพ้ให้เราควบคุมตัวกับข่าวทหารไทยยอมแพ้ให้ทหารกัมพูชาควบคุม ตัวนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีการควบคุมตัวของทหารทั้ง 2 ฝ่าย มีแต่เปิดฉากยิง ประเมินสถานการณ์ตอนนี้นั้นหากไม่มีการเจรจาก็เชื่อว่าต้องมีเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นมาอีกเพราะกำลังของ 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากันอยู่ แต่หากมีการตอบโต้ก็จะตอบโต้ด้วยอาวุธที่เท่าเทียมกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกองทัพภาคที่ 2 รู้สึกเสียใจและไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

@ ทหารเสริมคุมปราสาทตาควาย

พล. ท.วิบูลย์ศักดิ์กล่าวว่า สำหรับสถาน การณ์แนวชายแดนฝั่งปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาเมือนควาย จ.สุรินทร์ นั้น ขณะนี้สั่งการให้เสริมกำลังทหารและอาวุธหนักเข้าไปในพื้นที่เพื่อป้องกัน เหตุความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น

พ.ต.สุพจน์ สิมลา ผบ.ร้อย กรมทหารพรานจู่โจมที่ 2602 ฐานกระทิงแดง บ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ สถานที่ตั้งโบราณสถานปราสาทตาควาย กล่าวว่า จัดกำลัง 150 นาย ไปลาดตระเวนแนวปราสาทตาควาย ทราบว่า กองกำลังทหารกัมพูชาย้ายไปอยู่ประจำการที่ทมอโดน ฝั่งตรงข้ามช่องกร่าง ต.บักได ห่างจากปราสาทตาควายประมาณ 10 กิโลเมตร เหตุการณ์ยังปกติ ขณะที่เวลา 13.00 น.รถถังจำนวน 15 คัน จาก พัน.บส.22 บชร.2 กองพลทหารราบที่ 6 กองกำลังสุรนารี ผ่าน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ไปที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

@ นักพนันยังแห่ไปกาสิโนกาบเชิง

ที่ ประตูด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝั่งตรงข้ามกาสิโน บ้านโอเสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ว่า มีคณะทัวร์จากกรุงเทพฯและสระบุรี เหมารถบัส 2 ชั้นหลายคัน มาส่งนักพนันเพื่อเข้าไปเล่นในกาสิโนตั้งแต่เช้าตลอดทั้งวัน มีราษฎรชาวกัมพูชามาจับจ่ายซื้อสินค้าอาหารฝั่งไทยเหมือนเดิม ส่วนใหญ่บอกว่า สถานการณ์ในกัมพูชาสงบ

ร.ต.ท.ทวี ชอบเรียบร้อย รอง สว.ตม. คลองใหญ่ จ.ตราด กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศคงไม่มีผลกระทบในจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็กเท่าใดนัก ด้าน น.ท.มู ซา รองหัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด กล่าวว่า ความขัดแย้งไม่มีผลกระทบในพื้นที่ จ.เกาะกง และ จ.ตราด ประชาชนทั้ง 2 จังหวัดเป็นมิตรที่ดีต่อกันพร้อมจะร่วมมือกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

@ "บัวแก้ว"เรียกทูตเขมรประท้วง

วัน เดียวกันเวลา 19.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอุก โสพอน อุปทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย รักษาราชการแทนเอกอัครราชทูต ได้มาเข้าพบนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับบันทึกช่วยจำของไทย ซึ่งแสดงการประท้วงอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลไทยได้เรียกร้องให้กัมพูชาถอนทหารออกจากดินแดนไทยทันที พร้อมรับรองว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยรัฐบาลถือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดิน แดนของไทยอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำรุกราน อันขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง

ทั้งนี้ หลังการหารือที่ใช้เวลาประมาณ 40 นาที นายวีระศักดิ์ได้แถลงข่าวโดยระบุว่า รู้สึกเสียใจที่ได้รับรายงานจากพนมเปญว่า ไทยเป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรง และขอยืนยันว่า จากการตรวจสอบกับกองทัพไทยในหลายระดับทุกคนยืนยันตรงกันว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มยิงก่อน

@ ฉวยโอกาสไปเยือนดึงคุยสาระ

นาย วีระศักดิ์กล่าวว่า เมื่อตอนที่รัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางไปเยือนกัมพูชาในวันที่ 13 ตุลาคม เราแจ้งกัมพูชาล่วงหน้าแล้วว่า เป็นการไปแนะนำตัวตามประเพณีของอาเซียน แต่พอไปถึงฝ่ายกัมพูชาพยายามให้มีการหารือเรื่องสาระ และขอให้รัฐมนตรีลงนามในถ้อยแถลงต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งรัฐมนตรีก็ได้บอกว่า ได้แจ้งก่อนหน้านี้แล้วว่า เป็นการมาเยี่ยมเยือน ต่อไปจึงจะนัดเจรจาเรื่องสาระและถ้าจะมีการเจรจาใดๆ ก็ต้องให้สภาเห็นชอบก่อนจึงจะลงนามได้ ทำให้ฝ่ายกัมพูชาออกมาแถลงทั้งที่เรายืนยันก่อนไปว่าไม่มีการเจรจา ดังนั้น ที่บอกว่าการเจรจาครั้งนั้นล้มเหลวก็ไม่เป็นความจริง เพราะเราไปเพื่อยืนยันสัมพันธไมตรีเท่านั้น

นายวีระศักดิ์กล่าว ด้วยว่า ตอนไปพบสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ยื่นคำขาดให้มีการถอนทหาร ไม่เช่นนั้นจะมีการใช้กำลังกับเรา และจะไปฟ้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ว่า เราเป็นผู้ร้ายเป็นฝ่ายรุกราน และจะไปศาลโลก ซึ่งตนเห็นว่าเป็นตรรกะที่แปลกประหลาดมาก ไม่เห็นรัฐบาลไหนทำกันอย่างนี้

@ เป้าหมายกดดันให้ไทยถอนทหาร

นาย วีระศักดิ์กล่าวว่า คิดว่าเป้าหมายของกัมพูชาคือ กดดันให้ไทยถอนทหารออกจากตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาทั้งหมด และให้เรายอมรับแผนที่ฝรั่งเศสในเรื่องเส้นเขตแดน แต่เรายืนยันมาตลอดว่า คำตัดสินศาลโลกไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดน เพียงแต่บอกว่าใครมีอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาท ดังนั้น รัฐบาลของทั้งสองประเทศจะต้องมาเจรจากันในเรื่องเส้นเขตแดน เรายืนยันในเขตแดนของเรา อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

"อย่าคิดว่าเรา กลัว ขอบอกว่าเราพร้อมชี้แจง และได้จ้างที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ และเตรียมทีมไว้พร้อมแล้ว ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเราก็พร้อมจะสู้ แต่ถ้าเลือกทางนี้ ผลที่ตามมาก็คือประชาชนไทยคงรู้สึกขมขื่นว่ากัมพูชาจะเอาเรื่องขึ้นศาลโลก ครั้งที่สอง ซึ่งจะทำให้เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลไหนๆ ของไทยจะร่วมมือกับกัมพูชาได้อีก" นายวีระศักดิ์กล่าว

นายวีระ ศักดิ์กล่าวด้วยว่า กัมพูชายังพูดทำนองเอาบุญคุณกับเราว่า รู้ว่ารัฐบาลมีปัญหามากมาย เขาไม่คิดจะฉวยโอกาส ซึ่งก็สะท้อนความจริงอะไรบางอย่าง ถ้าเขาคิดว่าเรามีปัญหามากแล้วคิดจะกดดันเราทางทหาร แล้วคิดว่าเราจะยอมทำตาม เราก็แสดงให้เขาเห็นแล้วว่า เขาบีบเราไม่ได้ทางออกของปัญหาต้องเป็นที่ยอมรับของสองประเทศเท่านั้น ไม่มีคนกลางจะมาแก้ไขปัญหานี้ได้ เราจึงยึดมั่นในแนวทางทวิภาคีมาตลอด ทั้งนี้ นอกจากชี้แจงกับทูตอาเซียนแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังได้ชี้แจงกับประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงทั้ง 15 ประเทศ ให้ได้ทราบข้อเท็จจริงจากมุมของไทยด้วย

@ สหรัฐแจ้งเขมรยุติสงคราม

" ผมได้พูดกับประเทศสมาชิกถาวรทั้ง 5 ชาติของยูเอ็นเอสซีแล้ว มหาอำนาจอย่างสหรัฐก็ตอบกลับมาว่า เขาได้แจ้งไปที่รัฐบาลกัมพูชาแล้วว่าไม่เห็นด้วยที่จะเกิดสงครามระหว่างกัน และขอให้หาทางแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกทวิภาคี เช่นเดียวกับจีนและรัสเซีย ซึ่งหมายถึงว่าเขาไม่เห็นด้วยที่จะนำเรื่องเข้าสู่ยูเอ็น" นายวีระศักดิ์กล่าว และว่า นอกจากนี้ยังได้ส่งเอกสารทั้งหมดเวียนให้คณะผู้แทนถาวรไทยประจำยูเอ็นทั้ง ที่นิวยอร์กและเจนีวา เพื่อให้แจ้งข้อเท็จจริงให้ประเทศสมาชิกยูเอ็นทั้งหมดรับทราบด้วย

@ เขมรแถลงการณ์พร้อมเจรจา

เวลา 21.00 น. เอพีรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับ ย้ำว่า รัฐบาลกัมพูชาขอยืนยันว่าจะใช้ความอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุดอันเป็นท่าทีที่ ยึดถือมาโดยตลอด พร้อมที่จะเจรจา และร่วมมือกับฝ่ายไทยเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันด้วยอาวุธขนานใหญ่ต่อไป พร้อมกันนั้นก็ระบุด้วยว่าผู้บัญชาการทหารของทั้ง 2 ฝ่ายจะเจรจากันเพื่อถอดชนวนความตึงเครียดและหาทางแก้ไขการเผชิญหน้าที่เกิด ขึ้นในเวลานี้ด้วยสันติวิธีและฉันมิตรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเวลา 22.00 น. กระทรวงต่างประเทศได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาแล้ว

เขมรใช้เขาพระวิหาร เป็นโล่ เหตุทหารไทยตอบโต้ลำบาก

ทหารเขมรใช้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นโล่ ทำให้ทหารไทยตอบโต้ลำบาก ผจก.โครงการถนนแห่งสันติภาพ เผย ภูมะเขือมีระเบิดหนาแน่น ด้านทหารไทยเร่งขนยุทธปัจจัยตรึงแนวชายแดนไทย กัมพูชา ด้านฝั่งตะวันออก

(16ต. ค.) แหล่งข่าวสายทหารรายหนึ่ง เปิดเผยว่า จากเหตุปะทะกันวานนี้ เห็นชัดว่าเขมรต้องการประกาศสงครามกับไทยอย่างชัดเจน เพราะจากการดักฟังคลื่นวิทยุ ได้ยินคำสั่งยิงอย่างชัดเจนว่า“ตะแกรงๆ” โดยคำสั่งยิงนั้น ตั้งใจจะยิงให้โดนจานดาวเทียมสื่อสารที่ตั้งอยู่บนผามออีแดง แต่เขายิงพลาด จึงยิงถูกทหารที่รักษาการอยู่แถวใกล้จานดาวเทียม จากนั้นกระสุนปืนใหญ่ ได้ยิงปูพรมตลอดแนวที่ทหารไทยตรึงกำลังอยู่ โดยการเปิดฉากยิงมาแบบไม่ได้ตั้งตัว ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายราย

แหล่งข่าวรายเดิม บอกว่า การยิงตอบโต้กลับของทหารไทยเป็นไปอย่างลำบาก เนื่องจากเขาอยู่สูงกว่าเรา และจับความเคลื่อนไหวของเราได้หมด ขณะเดียวกันทหารเขมรบางส่วน ก็ตรึงกำลังอยู่บริเวณรอบตัวปราสาทรวม ทั้งภายในปราสาทด้วย ทำให้การยิงตอบโต้ของเราทำได้ลำบาก เพราะเป็นห่วงว่าหากยิงเข้าใส่ตรง ๆจะทำตัวปราสาทได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้เขมรยังไม่ได้อพยพชาวบ้านออกทั้งหมด คาดว่าน่าเป็นลูกเมียทหารที่อาศัยอยู่พื้นที่พิพาท สังเกตจากการสั่ง หากบอกว่าถอนกำลัง ทหารก็จะถอดเสื้อทหารออกแล้วใส่แบบชาวบ้านธรรมดาอยู่กับลูกเมีย แต่เมื่อมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ว่าเตรียมพร้อมก็วิ่งไปใส่เสื้อและจับปืนกลับมาเป็นทหาร แล้วให้ลูกเมียหลบอยู่ในที่กำบัง เท่ากับว่าตอนนี้ เขมรมีทั้งโล่มนุษย์และยังมีตัวปราสาทเป็นโล่อีกด้วย ทำให้การตอบโต้ของทหารไทยเป็นไปอย่างลำบาก

ด้านนายเรืองฤทธิ์ เลื่อนไธสง ผู้จัดการโครงการถนนแห่งสันติภาพ กล่าวว่า จากที่ลงพื้นที่แถบนี้มานาน รู้สึกเป็นห่วงทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณภูมะเขือ เพราะบริเวรนั้นมีระเบิดอยู่อย่างหนาแน่น โดยข้อมูลจากองค์กรความร่วมมือเพื่อชาวนอร์เวย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำการสำรวจทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ระบุว่า พื้นที่ภูมะเขือเป็นพื้นที่ 436 - DR คือพื้นที่อันตราย เพราะเคยเป็นพื้นที่สู้รบต่อเนื่องมานาน ตั้งแต่สงครามภายในของกัมพูชา ประกอบกับข้อมูลที่เราได้รับจากชาวบ้าน ว่าพบทุ่นระเบิด รวมทั้งมีชาวบ้าน และสัตว์เลี้ยงเหยียบกับระเบิดบ่อยมากในบริเวณดังกล่าว

นายเรืองฤทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ภูมะเขือยังไม่ได้รับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากการทำงานของหน่วยเก็บกู้ระเบิดนั้นมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องกำลังพล และงบประมาณ เพราะงานเก็บกู้จะต้องอาศัยคนที่มีความกล้า ซึ่งตอนนี้โครงการถนนแห่งสันติภาพมีบุคคลกรอยู่แค่ 34 คนเท่านั้น ประกอบกับงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องจักรช่วยในการเก็บกู้ระเบิดก็มีจำกัด

ที่ผ่านมาจึงเลือกพื้นที่ที่จะเข้าไปเก็บกู้ในโซนที่ถูกร้องขอมา ก่อน เช่นพื้นที่เขาพระวิหาร เพราะรัฐบาลต้องการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และขณะนี้โครงการกำลังทำการเก็บกู้อยู่บริเวณเขาสันตาโสมบริเวณปราสาทโดนตวล เขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งชาวบ้านร้องขอมา โดยปีนี้เก็บกู้แล้วทั้งหมด 545 ลูกจากพื้นที่ 3 แสนตารางเมตร ส่วนใหญ่เป็นทุ่นระเบิด PMN รุ่นเก่าของรัสเซีย สำหรับระเบิดรถถัง แต่ภูมะเขือ ยังไม่ได้เก็บกู้ เนื่องจากเห็นว่ายังอยู่ห่างจากเขาพระวิหารมาก ดังนั้น กับระเบิดจึงยังคงมีอยู่อย่างหนาแน่น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น.วันนี้(16ต.ค.) ชาวบ้านเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและผู้กำลังเดินทางไปทำงานสัญจรผ่านบน ถนนสาย ฉะเชิงเทรา -บางปะกง ต่างพากันให้ความสนใจกับขบวนรถบรรทุกเทเลอร์ทหารจำนวนมาก ที่บรรทุกขนสัมภาระมาเต็มคันรถ ขับเคลื่อนเป็นขบวนยาว ผ่านเส้นทางบริเวณถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง เลี้ยวขวาออก เข้าสายบายพาสเลี่ยงเมือง สู่ถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา -กบินทร์บุรี มุ่งหน้าสู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยต่างเชื่อว่า น่าจะเป็นการลำเลียงขนส่งอาวุธ และสิ่งของสัมภาระ ไปใช้ช่วยสนับสนุนทหารที่ตรึงกำลังอยู่ที่บริเวณตามแนวชายแดน จ.สระแก้ว

โดยขบวนรถดังกล่าวมีจำนวน 10 คัน เป็นรถพ่วงขนาด 18 ล้อ แบบหางพ่วงยาว มีสิ่งของสัมภาระบรรทุกมาเต็มคันรถทุกคัน โดยมีผ้าใบปกคลุมอยู่ด้านบน จากการสอบถามหัวหน้าชุด ซึ่งเป็นนายทหารระดับสัญญาบัตร ที่ทำการควบคุมการขนส่งมาในขบวนรถนี้ ไม่ยินยอมเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดให้ทราบแต่อย่างใด หรือขนสิ่งของสัมภาระจากที่ใด ไปยังที่ใด โดยบอกแต่เพียงว่า เป็นความลับของทางราชการเท่านั้น ขณะที่ด้านข้างของตัวรถเขียนข้อความระบุเพียง ชื่อหน่วยงานที่ทำการขนส่ง คือ พัน ขส.2 (ผสม.) กรม ขส.รอ. เท่านั้น

นายกฯเตรียมลงพื้นที่เยียมทหารไทย


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เพื่อรับหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการ จากนั้นได้เข้าร่วมประชุมหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมีการหารือเรื่องปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยของ2ประเทศ ที่บริเวณปราสาทพระวิหารวานนี้ โดยมีพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้สรุปเหตุการณ์ชี้แจง

เวลาต่อมา นายสมชาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรี ของกัมพูชา หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันของทหารทั้งสองฝ่ายที่บริเวณชายแดนภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไทยยังยึดหลักการเจรจาด้วยสันติวิธี และเชื่อว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่บานปลาย นอกจากนี้อีก 1-2 วันจะหาโอกาสเดินทางเยี่ยมเยี่ยมทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพชา และชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดน ที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติ

นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่มีแรงงานไทยที่ทำงานในกัมพูชา แจ้งความประสงค์ขอเดินทางกลับไทย หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวานนี้ แต่กระทรวงได้เตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงก็พร้อมที่จะอพยพแรงงานไทยกลับประเทศได้ทันที ทั้งนี้ เชื่อว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนยังไม่ถึงขึ้นวิกฤติ แต่เป็นเรื่องระดับรัฐบาลกับรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ

ด้าน นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผวจ.สระแก้ว กล่าวว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ยังเป็นปกติ โดยความสัมพันธ์ของ2 ประเทศในพื้นที่สระแก้ว ยังดีอยู่ แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อการค้าในตลาดโรงเกลือที่มีจำนวน พ่อค้าแม่ค้าลดลง ทางจังหวัดได้แจ้งเตือนให้ประชาชน อย่าข้ามฝั่งไปกัมพูชาในช่วงนี้ และอย่าตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่มา โพสท์ทูเดย์

Wednesday, October 15, 2008

สมชายยันเหตุปะทะทหารไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่โต


วันนี้ (16 ต.ค.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อตรวจแถวทหารกองเกียรติยศเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมหารือข้อราชการกับปลัดกระทรวงกลาโหมผู้บัญชาการทหาร สูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพด้วย

นายสมชาย ให้สัมภาษณ์กรณีการปะทะกันของทหารไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ซึ่งการปฏิบัติการเมื่อวานนี้เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และน่าชื่นชมที่ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรีในการรักษาอธิปไตยได้อย่างเหนียวแน่น จนทำให้อุ่นใจได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหานี้จะยึดหลักการเจรจา ส่วนการปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ถือว่าไม่ใหญ่โตแต่ก็เสียใจที่ทหารไทยบาดเจ็บ และใน 1-2 วันนี้ตนจะไปเยี่ยมให้กำลังใจ ส่วนการหารือกับสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อแก้ไขปัญหานั้น ตอนนี้ยังไม่มีกำหนด

จากนั้น นายสมชายได้เดินทางมายังอาคารคอนเวนชัน เซ็นตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อเป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาล และแนวทางการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการคระดับสูงของทุกกระทรวงเข้าร่วมประชุมกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตอบข้อซักถามร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

สหรัฐฯและอังกฤษแนะไทย-กัมพูชาแก้ปัญหาด้วยการเจรจาทวิภาคี


ฌอน แมคคอร์มัค โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า "เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดตามชายแดนระหว่างสองประเทศที่เพิ่ม ขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา"

"เราขอเรียกร้องความอดกลั้นจากทั้งสองฝ่าย ละเว้นการใช้ความรุนแรงหรือยั่วยุอีกฝ่ายและคลี่คลายความเข้าใจที่แตกต่าง เกี่ยวกับพื้นที่ตามพรมแดน" แมคคอร์มัค กล่าวพร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศควรคลี่คลายปัญหาผ่านช่องทางและวิถีทางทางการ เมือง

ด้าน บิลล์ แรมเมลล์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ กล่าวในแถลงการณ์ว่า"ผมกังวลใจที่ได้ยินรายงานข่าวการสู้รบกันบริเวณชายแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา"

"ผมขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งการใช้กำลังและคลี่คลายความตึง เครียดโดยทันที และหาทางแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งนี้โดยสันติ ผ่านการหารือแบบทวิภาคี"

นอกจากนี้ทางการอังกฤษได้แนะนำให้นักท่องเที่ยวอังกฤษที่อยู่ในสองประเทศหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน

ในช่วงเช้าวันพุธ(15) ทหารไทยและกัมพูชา ปะทะกันตามพรมแดนบริเวณพื้นที่พิพาท ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บอีกหลายนาย

เอเอฟพีอ้างคำสัมภาษณ์ของนาย ฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่ามีทหารประเทศของเขาเสียชีวิต 2 นายและได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ในเหตุปะทะที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ กินเวลามากกว่า 2 ชั่วโมง

ด้าน บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวในแถลงการณ์ซึ่งเปิดเผยผ่านโฆษก เรียกร้องทั้งสองฝ่ายระงับการใช้กำลังและขอให้ทั้งไทยกับกัมพูชาเร่งเจรจา ทวิภาคี ที่ความผิดใจกันของทั้งสองประเทศสามารถคลี่คลายด้วยสันติวิธี
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ไทยเสริมกำลังรอบเขาพระวิหาร

วันนี้ (16 ต.ค.) ตลอดคืนที่ผ่านมา ตามถนนที่มุ่งไปสู่เขาพระวิหาร ได้มีขบวนรถบรรทุกทหารเต็มคันรถ พร้อมทั้งอาวุธหนักและอาวุธเบาหลายสิบคันรถ เข้ามาเสริมกำลังบริเวณโดยรอบเขาพระวิหาร และตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ นอกจากนี้ รถถังหลายสิบคันได้เคลื่อนขบวนจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ไปเสริมกำลังบริเวณโดยรอบเขาพระวิหารเช่นกัน

ด้าน นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุด อปพร. ของทุกหมู่บ้านในเขต ต.เสาธงชัย เพื่อซักซ้อมการเตรียมการอพยพชาวบ้าน เพื่อให้เกิดความพร้อมหากมีการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาอีก พร้อมทั้งจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยของทุกหมู่บ้านอย่างเข้มงวด

ล่าสุด พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาค 2 กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปเจรจากับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา บนปราสาทพระวิหาร ซึ่งการเจรจาจะมีขึ้นในเวลา 11.00 น.

ที่มา เดลินิวส์

เตือนคนไทยอย่าไปกัมพูชา ศรีสะเกษ เตรียมอพยพคนกลับ

ฑูตไทยประจำกรุงพนมเปญ เตือนคนไทยไม่ควรไปกัมพูชา ระบุ ให้ชาวไทยกว่า 400 คนกลับ ด้านรองผู้ว่าฯศรีสะเกษ ยัน เตรียมความพร้อมอพยพคนกลับจากฝั่งเขมร

(16ต.ค.) นายวีรพันธุ์ วัชราทิตย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า สถานฑูตออกเอกสารคำปรึกษาว่า ใครไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจในกัมพูชาก็ขอให้กลับประเทศไทย มีประมาณ 400 กว่าคน และกระทรวงการต่างประเทศก็ออกประกาศว่า คนไทยไม่ควรเดินทางเข้ากัมพูชาขณะนี้ ส่วนที่ชาวเขมรไม่พอใมจก็มีบ้าง เพราะมันเป็นเรื่องความรู้สึกรักชาติ แต่ยังไม่มีรายงานถึงขั้นทำร้าย

ในส่วนสถานฑูตกัมพูชาก็มีเจ้าหน้าที่กัมพูชามารักษาความปลอดภัย เราอยู่กันมาแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ทางไทยเราก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปคุ้มกันสถานฑูตกัมพูชาประจำประเทศไทยก่อนที่เขา จะทำเสียอีก

ก็ไม่ทราบทำไมท่าทีนายฮอ นัมฮง ถึงเป็นเช่นนี้ เพราะก่อนหน้านั้นก็มีการแจ้งว่าทหารไทยเข้าไปเคลียร์กับระเบิด ก่อนหน้านี้มีทหารไทยถูกกับระเบิด เป็นการเข้าไปกระทำตามมนุษยธรรม แต่ไม่ใช่ทหารเข้าไปรบ กรณีที่เกิดขึ้น มีหลายคนวิเคราะห์ ว่ากัมพูชา พยายามยกระดับเรื่องนี้ขึ้นเพื่อให้เข้าไปพูดคุยกับคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งสาเหตุนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง วันนี้จะมีการเจรจา ก็คงไม่มีความเคลื่อนไหวทางทหาร

ด้านนายไมตรี อินทุสุต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีษะเกษ กล่าวว่า ชาวบ้านที่ภูสรอนยังมีกำลังขวัญดีเยี่ยมไม่ตื่นตระหนก ถ้าจะมีการย้ายก็มีความพร้อม การเฝ้าระวังภัยชาวบ้านทำประจำอยู่แล้ว ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงๆก็จะอพยพ เรามีแผนเป็นขั้นเป็นตอน จะมีสถานที่เตรียมเอาไว้ ว่าจะย้ายประชาชนไปที่ไหน เรามีการซักซ้อมเรื่องนี้มา 4-5 เดือนแล้ว ความเป็นอยู่ชาวบ้านก็ยังเป็นปกติอยู่ ส่วนการเตรียมความพร้อมก็อยู่ในแผนของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว

ที่มา คมชัดลึก

สมชาย ทำทีโต้เขมรย้ำแค่ปะทะเล็กน้อย


สมชาย” มือเปื้อนเลือด ออกตัวเขมรและไทยเป็นเพื่อนบ้าน ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ยันเขมรเปิดฉากยิงไทยก่อน แสร้งเรียกทูตเขมรอบรม ทำบันทึกช่วยจำ ตอกย้ำไทยไม่ได้ยิงก่อน รับ “สมพงษ์” สายตรง รมต.กัมพูชา เชื่อเหตุการณ์จะยุติไม่รุนแรง แค่ปะทะกันเล็กน้อยเท่านั้น ทหารไทยเจ็บ 2 นาย

วันนี้ (15 ต.ค.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แถลงถึงการปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา บริเวณชายแดน ว่า อย่างที่บอกว่า กัมพูชากับไทย เป็นเพื่อนบ้าน มีชายแดนที่ติดกันนับพันกิโล เราต้องอยู่ร่วมกัน ยึดหลักสันติ มีปัญหาก็ใช้การเจรจากัน ซึ่งบางครั้งก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายตนได้รับรายงานจากกระทรวงต่างประเทศ ว่า มีปะทะกันเล็กน้อย ซึ่งจากการสอบถามก็ได้ทราบว่า กองกำลังของไทยได้มีการปะทะกับกองกำลังของกัมพูชา ซึ่งจากการปะทะกันทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 คน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้รัฐบาลไทยได้เชิญเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มาทำบันทึกช่วยจำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไทยไม่ได้เป็นผู้เปิดฉากใช้ความรุนแรงก่อน ซึ่งตอนนี้เหตุการณ์สงบแล้ว ไม่มีการปะทะหรือยิงกันอีก ซึ่งขณะนี้กระทรวงต่างประเทศ กำลังประสานอยู่ ทั้งนี้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศของไทย ได้แจ้งให้ตนทราบว่า เมื่อช่วงสายได้โทรศัพท์พูดคุยกับ รมต.ต่างประเทศกัมพูชา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่รุนแรง และเชื่อว่าจะยุติลงได้
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

เขมรปะทะไทยทหารพรานเจ็บ4




กองกำลังของไทย-กัมพูชา เปิดศึกปะทะกันแล้ว ตามแนวชายแดนไทย-เขมรนาน 10 นาทีที่ภูมะเขือเชิงปราสาทพระวิหาร เบื้องต้นทหารพรานไทยบาดเจ็บ 4 นายสาหัส 1 นาย ขณะที่ทหารกัมพูชา 10 นาย ยอมมอบตัวต่อทหารไทยแล้ว บัวแก้วเชิญอุปทูตเขมรรับหนังสือประท้วงเย็นนี้

(15ต.ค.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองกำลังของไทยและกัมพูชา ยิงปะทะกันตามแนวชายแดนแล้ว โดยนายชอร์ โซคุนเธีย ช่างภาพของรอยเตอร์ กล่าวว่า ได้ยินเสียงปืนทั่วบริเวณ อีกทั้งมีจรวดลูกหนึ่งพุ่งมาจากฝั่งไทย ซึ่งขณะนี้ได้เปิดฉากยิงกันแล้ว

ด้าน พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ได้มีการยิงตอบโต้กันแล้ว และรายงานจากเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาด้วยว่า ไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

ทั้งนี้ นายชอร์ โซคุนเธีย ช่างภาพของรอยเตอร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ได้เกิดการปะทะกันเป็นเวลาประมาณ 10 นาทีในบริเวณปราสาทพระวิหารตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาในวันนี้ โดยเฉพาะที่ภูมะเขือ เชิงปราสาทพระวิหาร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ม.11 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นจุดที่เคยเผชิญหน้ากันมาก่อนหน้านี้ โดยทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ทหารไทยจึงตอบโต้กลับไป

"ผมได้ยินเสียงปืนทั่วบริเวณนี้ จรวดลูกหนึ่งพุ่งมาจากไทยเหนือ ศีรษะของผม ขณะนี้คุณสามารถได้ยินเสียงการสู้รบ พวกเขาได้เปิดฉากยิงแล้ว ผมจำเป็นต้องหาที่หลบภัย" ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์กล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่กัมพูชารายหนึ่งกล่าวในวันนี้ว่า ทหารไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

"ผมยืนยันได้ว่ามีการปะทะกันระหว่างกัมพูชาและไทย ฝ่ายไทยได้ยิงเราก่อน" นายเพรียบ ตาน ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหารของกัมพูชากล่าว

ฝ่ายไทยยันเขมรยิงก่อนด้วยจรวดอาร์พีจี

ขณะเดียวกันรายงานในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษว่า ทหารกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากยิงปะทะมาทางทหารไทยก่อนด้วยจรวดอาร์พีจีทำให้ ทหารไทยต้องยิงตอบโต้

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.40น.มีรายงานว่าทหารพรานของไทยได้รับบาดเจ็บ 4 นาย และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 นาย หนึ่งในจำนวนนี้คือทหารพรานกิติศักดิ์ เพชรภักดี หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 23 ได้รับบาดเจ็บชายโครงด้านขวา จากเสก็ดระเบิดจรวดอาร์พีจีที่บริเวณสะตราว เชิงเขาพระวิหาร โดยสะเกิดระเบิดที่ยิงมาตกลง และไปถูกท่อนเหล็กตกลงมาใส่

ขณะนี้ได้รับการนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลกันทรลักษณ์

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ส่งรถขึ้นไปเพื่อลำเลียงผู้บาดเจ็บลงมาอีก ขณะที่ทางฝ่ายกัมพูชามีทหารบาดเจ็บเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบจำนวน

ทหารกัมพูชา10นายยอมมอบตัวต่อทหารไทยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ช่างภาพของสำนักข่าว AFP รายงานว่า ทหารกัมพูชา 10 นาย ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่พิพาทใกล้สถูปปราสาทพระวิหาร ยอมแพ้ โดยชูมือขึ้นเหนือศีรษะ และเข้ามอบตัวต่อทหารไทย ขณะที่ยังคงได้ยินเสียงปืนอยู่อย่างต่อเนื่อง

มีรายงานว่า ทหารกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากยิงปะทะมาทาง

ทหารไทยก่อน ทำให้ทหารไทยต้องยิงตอบโต้ สำนักข่าวเอพีรายงานล่าสุด อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ที่ยืนยันในเบื้องต้นว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากยิงก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังตรวจสอบหาข้อมูลรายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 23 ประกาศให้เจ้าหน้าที่ทุกนายเตรียมความพร้อมเสริมกำลังที่บริเวณเขตชายแดน ปราสาทพระวิหาร ต่อการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ประกาศเตือนไปยังประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสียงภัย เตรียมอพยพ ส่วนพื้นที่ใกล้เคียงก็ให้เตรียมตัวไว้ และยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดการยิงปะทะ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ขณะที่ พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้สั่งการผ่านเครื่องขยายเสียง ระดมทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถยีเอ็มซี ขึ้นไปที่บริเวณภูมะเขือ ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่บริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชา เริ่มอพยพเก็บข้าวของหลบภัยแล้ว

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ส่วนที่บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ยังคงเป็นปกติไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ส่งผลกระเทบเศรษฐกิจการค้าบริวณนี้ทำให้การค้าเงียบเหงา แต่ยังไม่มีมารปิดด่าน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เสริมกำลังเข้าไป แต่ยังไม่ได้นำรถหุ้มเกราะเข้าไป

สมพงษ์เตือนธุรกิจกลับไทยด่วนเตรียมแผนอพยพ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศ เตือนนักธุรกิจไทยในกัมพูชาว่า หากไม่จำเป็นขอให้รีบเดินทางกลับประเทศไทย โดยขณะนี้มีแผนอพยพคนไทยในกัมพูชารองรับแล้ว

"นักธุรกิจไทยในกัมพูชา ถ้าไม่จำเป็น ขอให้รีบกลับประเทศ...ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเราพร้อมอพยพทันที มีแผนอยู่แล้ว" นายสมพงษ์ กล่าว

บัวแก้วเชิญอุปทูตเขมรรับหนังสือประท้วงเย็นนี้

นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 18.00 น. กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญ นายอุก โสพอน อุปทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มาชี้แจงและรับหนังสือประท้วงเหตุการณ์ทหารกัมพูชา เปิดฉากยิงปะทะกับกองกำลังทหารไทย บริเวณพื้นที่พิพาทเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

"สุขุมพันธุ์"หนุนคงกำลังพื้นที่4.6

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(เงา) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลกัมพูชา ที่ยื่นคำขาดให้ฝ่ายไทย ถอนทหารออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรทางด้านตะวันตกของปราสาทพระวิหาร ว่า ไม่ทราบว่านายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาหงุดหงิดเรื่องอะไร เพราะทหารไทยเข้าไปเพื่อกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งจากหลักฐานที่

ได้มาเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ทำในรัสเซีย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ขอให้กำลังใจรัฐบาลและกองทัพในการปฏิบัติภารกิจที่ถูก ต้อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นพื้นที่ของไทยที่มีการอ้างสิทธิอธิปไตยทับซ้อน จึงถือว่าไทยมีสิทธิที่จะมีกองกำลังในพื้นที่นี้

แต่ขณะเดียวกันจะต้องหาวิธีที่จะให้ความสัมพันธ์กลับไปสู่ภาวะปกติ โดยใช้กลไกที่มีอยู่ คือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เจรจากัน เพราะตนเองเป็นห่วงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัด ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้

ส่วนกรณีที่กัมพูชาให้ข่าวต่อสำนักข่าวต่างประเทศว่า ไทยถอนทหารแล้วนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เชื่อว่า รัฐบาลกัมพูชาต้องการลองของ เพราะไทยมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหน้าใหม่ จึงบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าไทยถอนทหาร ส่วนที่พยายามโยงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนิทสนมกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้นั้นขณะนี้ยังไม่มี หลักฐานที่บ่งชี้ แต่ที่สำคัญ ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน
ที่มา คมชัดลึก

ไทยเรียกอุปทูตเขมรรับหนังสือประท้วง 18.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณอุทยานแห่ง ชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ได้มีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้น ประมาณ 2 ระลอก โดยพิกัดของเสียงปืนดังมาจากบริเวณภูมะเขือ ฝั่งตะวันตกของเขาพระวิหาร และช่วงสระตราว เขาพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีปัญหากัน กระทั่งให้มีการปรับลดกำลังทหาร โดยมีรายงานว่าทหารกัมพูชายิงอาร์พีจีก่อน ทำให้ฝั่งไทยต้องยิงตอบโต้กลับไป
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบความชัดเจนหลังจากได้รับรายงานจากหน่วยที่เกี่ยวข้องว่า มีเหตุปะทะกันเกิดขึ้นจริงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และคาดว่ากองทัพจะได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืชได้โยกย้ายเจ้าหน้าที่ของอุทยานให้มาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ต้องขอตรวจสอบก่อน แต่ตามนโยบายไทยที่ประกาศไปแล้วคือฝ่ายไทยจะไม่เริ่มก่อนแน่ และหากตรวจสอบพบว่าฝ่ายเขมรเริ่มยิงก่อนก็จะทำการประท้วงต่อไป

ขณะที่นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เวลา 18.00 น. วันนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะเชิญนายอุก โส พอน อุปทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มารับหนังสือประท้วงจากทางการไทยหลังจากมีเหตุยิงกันบริเวณเขาพระวิหาร

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับการ เตรียมการอพยพ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการอพยพคนไทยในพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นอำนาจตัดสินใจของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร ส่วนแผนการอพยพคนไทยในกัมพูชา มีชาวไทยในกรุงพนมเปญประมาณ 1,000 คนและที่เสียมราฐอีกประมาณ 400-500 คน

นาย ธฤตกล่าวถึงแผนเตรียมการอพยพคนไทยในกัมพูชาว่ามีตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. โดยประสานความร่วมมือจากการบินไทยที่มีเที่ยวบินพนมเปญ-กรุงเทพฯ วันละ 3 เที่ยว มีที่นั่งประมาณ 300 ที่ พร้อมแจ้งคนไทยแล้วว่า หากไม่มีความจำเป็นก็ขอให้ออกมาอยู่ในไทยก่อน และหากต้องอพยพคนไทย การบินไทยก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเครื่องบินเป็นลำใหญ่ขึ้น คนไทยในกัมพูชาได้รับการติดต่อจาก สถานเอกอัครราชทูตอยู่แล้ว ส่วนสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญมีการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี

ที่มา ข่าวสด

ทหารเขมร10นายยอมจำนนทหารไทย

ช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพีในพื้นที่เขาพระวิหาร รายงานว่า เห็นทหารกัมพูชา 10 นาย ที่ประจำการบริเวณพรมแดนที่กำลังเป็นกรณีพิพาท ยกมือยอมจำนนต่อทหารไทยแล้ว ขณะที่ยังคงมีเสียงปืนดังในพื้นที่ดังกล่าว

รายงานระบุว่า การปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา กินเวลาประมาณ
10 นาที ขณะเดียวกัน มีรายงานจากตำรวจกัมพูชาว่า การปะทะยังดำเนินต่อไป และจากคำบอกเล่าของทหารในจุดที่มีการปะทะกันระบุว่า ทหารไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และทหารกัมพูชาได้ยิงตอบโต้ แต่โฆษกของกองทัพบกไทย ยืนยันว่า ทหารกัมพูชายิงใส่ทหารไทยก่อน
ที่มา ข่าวสด

แม่ทัพภาค 2 สั่งรบตามแผน ทหารพรานไทยเจ็บแล้ว 1 นาย


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งเกาะติดสถานการณ์ข่าว ปะทะเดือดชายแดนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ยืนยันเดินทางตรวจเยี่ยมกำลังพลวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) ตามเดิม เผยยังไม่มีการสั่งการใด ๆ เพิ่มเติมแต่มอบหมายให้ ผบ.กองกำลังสุรนารี อำนวยการสั่งการและแก้ไขสถานการณ์สู้รบตามแผนที่วางไว้อย่างเต็มที่ ล่าสุดเหตุปะทะส่งผลทหารพรานไทยได้รับบาดเจ็บแล้ว 1 นาย และยังมีการปะทะกันเป็นระยะๆ

วันนี้ ( 15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.นครราชสีมา ว่า ภายหลังเกิดเหตุปะทะกันขึ้นระหว่างทหารไทยกับหทารกัมพูชาที่บริเวณภูมะเขือ ห่างจากปราสาทเขาพระวิหารไปด้านทิศตะวันตกประมาณ 2.5 กม. เมื่อเวลาประมาณ 14.25 น.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ฝ่ายข่าวของกองทัพภาคที่ 2 ติดตามข่าวสถานการณ์ความเคลื่อนไหวพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้มีการรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เข้ามายังศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา อย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.25 น. ได้เกิดการปะทะกันเกิดขึ้นที่บริเวณเขาภูมะเขือดังกล่าว จากนั้นการติดต่อในพื้นที่ก็ขาดหายไป จึงไม่ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างไรหรือไม่ ขณะนี้ฝ่ายข่าวของกองทัพภาคที่ 2 พยายามติดต่อกับหน่วยทหารในพื้นที่ปะทะเพื่อรับทราบสถานการณ์เพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุปะทะกันเกิดขึ้น พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ยังไม่ได้สั่งการใด ๆ เพิ่มเติมลงไปยังหน่วยทหารในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี อำนวยการสั่งการและแก้ไขสถานการณ์การสู้รบ ตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเต็มที่ และยังคงยืนยังที่จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมทหารและติดตามสถานการณ์ ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ ในวันพรุ่งนี้ ( 16 ต.ค.) ตามเดิม

ล่าสุดมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า เหตุปะทะดังกล่าว ส่งผลให้ทหารพรานของไทย ได้รับบาดเจ็บแล้วจำนวน 1 นาย ทราบชื่อ คือ อาสาสมัครทหารพราน กิตติศักดิ์ เพชรภักดี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเจ้าหน้าที่สนามได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ อาการปลอดภัยแล้ว และขณะนี้ยังคงมีการยิงปะทะกันเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณภูมะเขือ ดังกล่าว
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ทหารพรานไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ


มีรายงานว่ากัมพูชา ได้ยิงจรวดอาร์พีจี และปืนกลเล็กโจมตีทหารไทยบริเวณภูมะเขือ พื้นที่พิพาทระหว่างไทยกัมพูชา กรณีเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ตรงกับอ.จอมประสาน จังหวัดพิหาร ของกัมพูชา ขณะนี้ยังได้ยินเสียงปืนกลเล็ก โดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่เดิม ที่ทหารไทยและกัมพูชาเคยปะทะกันเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด

ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจาก สถานีโทรทัศน์ รายงานว่า การปะทะกันดังกล่าวของทหารทั้ง 2 ฝ่ายเกิดขึ้นบริเวณภูมะเขือ ชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ โดยเสียงอาวุธปืนที่ได้ยินจากจุดปะทะน่าจะเป็นการยิงตอบโต้กันด้วยอาวุธปืน ยาว หรือ ปืน M16 เท่านั้น ไม่น่าจะเป็นการอาวุธปืนใหญ่ตามที่มีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ ขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยกองกำลังทหารพรานได้ส่งทหารจำนวน 7 กองร้อย เข้าไปเสริมกำลังในบริเวณภูมะเขือที่เป็นจุดปะทะกันแล้ว
ที่มา โพสท์ทูเดย์

ทหารไทย ตรึงกำลังที่อุทยานเขาพระวิหาร โดยเร่งอพยพประชาชนออกจากจุดปะทะ


สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารไทยและกัมพูชาที่บริเวณชายแดนของ 2 ประเทศในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่บริเวณชายแดนเปิดเผยกับนักข่าวเกียวโดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.25 น.ในพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ใกล้กับเขาพระวิหาร ทั้งนี้ มีผู้ได้ยินเสียระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง
ที่มา โพสท์ทูเดย์

เฉลิม อยู่บำรุง สั่งเตรียมพร้อมทีมแพทย์

วันนี้ (15 ต.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา กรณีปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งมีการตรึงกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้สั่งการให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมี 7 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว จันทบุรี และตราด เตรียมพร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉิน รถพยาบาล เวชภัณฑ์ บุคลากร ห้องผ่าตัด คลังเลือด และสำรองเตียงว่าง เพื่อรับมือหากมีเหตุการณ์บาดเจ็บเกิดขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แผนฉุกเฉินเร่งด่วนนี้ จะเน้นระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ได้ให้โรงพยาบาลที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งมีทั้งหมด 19 แห่ง เตรียมพร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับตลอด 24 ชั่วโมง และระบบการส่งต่อ ไปรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด ทางรถยนต์และทางอากาศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกองทัพอยู่แล้ว โดยได้สั่งการให้โรงพยาบาลราชวิถี เลิดสิน และนพรัตนราชธานี เตรียมความพร้อมรองรับด้วยตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีการอพยพประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนออกจากพื้นที่ก็จะจัดหน่วยแพทย์ ดูแล ทั้งระบบความปลอดภัย และระบบการสุขาภิบาลต่างๆ ด้วย.
ที่มา เดลินิวส์

ไทย-เขมรปะทะแล้ว ทหารพรานไทยบาดเจ็บ2นาย

กองกำลังของไทย-กัมพูชา เปิดศึกปะทะกันแล้ว ตามแนวชายแดนไทย-เขมรนาน 10 นาทีที่ภูมะเขือเชิงปราสาทพระวิหาร เบื้องต้นทหารพรานไทยบาดเจ็บ 2 นาย ขณะที่ทหารกัมพูชา 10 นาย ยอมมอบตัวต่อทหารไทยแล้ว สมพงษ์เตือนธุรกิจกลับไทยด่วนเตรียมแผนอพยพ ฝ่ายไทยยันเขมรยิงก่อนด้วยจรวดอาร์พีจี

(15ต.ค.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองกำลังของไทยและกัมพูชา ยิงปะทะกันตามแนวชายแดนแล้ว โดยนายชอร์ โซคุนเธีย ช่างภาพของรอยเตอร์ กล่าวว่า ได้ยินเสียงปืนทั่วบริเวณ อีกทั้งมีจรวดลูกหนึ่งพุ่งมาจากฝั่งไทย ซึ่งขณะนี้ได้เปิดฉากยิงกันแล้ว

ด้าน พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ได้มีการยิงตอบโต้กันแล้ว และรายงานจากเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาด้วยว่า ไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

ทั้งนี้ นายชอร์ โซคุนเธีย ช่างภาพของรอยเตอร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ได้เกิดการปะทะกันเป็นเวลาประมาณ 10 นาทีในบริเวณปราสาทพระวิหารตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาในวันนี้ โดยเฉพาะที่ภูมะเขือ เชิงปราสาทพระวิหาร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ม.11 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นจุดที่เคยเผชิญหน้ากันมาก่อนหน้านี้ โดยทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ทหารไทยจึงตอบโต้กลับไป

"ผมได้ยินเสียงปืนทั่วบริเวณนี้ จรวดลูกหนึ่งพุ่งมาจากไทยเหนือ ศีรษะของผม ขณะนี้คุณสามารถได้ยินเสียงการสู้รบ พวกเขาได้เปิดฉากยิงแล้ว ผมจำเป็นต้องหาที่หลบภัย" ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์กล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่กัมพูชารายหนึ่งกล่าวในวันนี้ว่า ทหารไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

"ผมยืนยันได้ว่ามีการปะทะกันระหว่างกัมพูชาและไทย ฝ่ายไทยได้ยิงเราก่อน" นายเพรียบ ตาน ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหารของกัมพูชากล่าว

ฝ่ายไทยยันเขมรยิงก่อนด้วยจรวดอาร์พีจี

ขณะเดียวกันรายงานในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษว่า ทหารกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากยิงปะทะมาทางทหารไทยก่อนด้วยจรวดอาร์พีจีทำให้ ทหารไทยต้องยิงตอบโต้

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.40น.มีรายงานว่าทหารพรานของไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ทหารกัมพูชา10นายยอมมอบตัวต่อทหารไทยแล้ว

ช่างภาพของสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทหารกัมพูชา 10 นาย ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร ได้ยอมมอบตัวต่อทหารไทยแล้ว หลังเกิดการยิงปะทะกัน โดยทหารเหล่านี้เป็นพวกที่ประจำการอยู่ที่เจดีย์ ใกล้ปราสาทพระวิหาร ได้ชูมือขึ้นทั้งสองข้าง เพื่อเข้ามอบตัวต่อทหารไทย ขณะที่เสียงปืนยังคงได้ยินอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 23 ประกาศให้เจ้าหน้าที่ทุกนายเตรียมความพร้อมเสริมกำลังที่บริเวณเขตชายแดน ปราสาทพระวิหาร ต่อการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ประกาศเตือนไปยังประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสียงภัย เตรียมอพยพ ส่วนพื้นที่ใกล้เคียงก็ให้เตรียมตัวไว้ และยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดการยิงปะทะ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ขณะที่ พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้สั่งการผ่านเครื่องขยายเสียง ระดมทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถยีเอ็มซี ขึ้นไปที่บริเวณภูมะเขือ ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่บริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชา เริ่มอพยพเก็บข้าวของหลบภัยแล้ว

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ส่วนที่บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ยังคงเป็นปกติไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ส่งผลกระเทบเศรษฐกิจการค้าบริวณนี้ทำให้การค้าเงียบเหงา แต่ยังไม่มีมารปิดด่าน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เสริมกำลังเข้าไป แต่ยังไม่ได้นำรถหุ้มเกราะเข้าไป

สมพงษ์เตือนธุรกิจกลับไทยด่วนเตรียมแผนอพยพ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศ เตือนนักธุรกิจไทยในกัมพูชาว่า หากไม่จำเป็นขอให้รีบเดินทางกลับประเทศไทย โดยขณะนี้มีแผนอพยพคนไทยในกัมพูชารองรับแล้ว

"นักธุรกิจไทยในกัมพูชา ถ้าไม่จำเป็น ขอให้รีบกลับประเทศ...ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเราพร้อมอพยพทันที มีแผนอยู่แล้ว" นายสมพงษ์ กล่าว

"สุขุมพันธุ์"หนุนคงกำลังพื้นที่4.6

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(เงา) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลกัมพูชา ที่ยื่นคำขาดให้ฝ่ายไทย ถอนทหารออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรทางด้านตะวันตกของปราสาทพระวิหาร ว่า ไม่ทราบว่านายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาหงุดหงิดเรื่องอะไร เพราะทหารไทยเข้าไปเพื่อกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งจากหลักฐานที่

ได้มาเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ทำในรัสเซีย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ขอให้กำลังใจรัฐบาลและกองทัพในการปฏิบัติภารกิจที่ถูก ต้อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นพื้นที่ของไทยที่มีการอ้างสิทธิอธิปไตยทับซ้อน จึงถือว่าไทยมีสิทธิที่จะมีกองกำลังในพื้นที่นี้

แต่ขณะเดียวกันจะต้องหาวิธีที่จะให้ความสัมพันธ์กลับไปสู่ภาวะปกติ โดยใช้กลไกที่มีอยู่ คือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เจรจากัน เพราะตนเองเป็นห่วงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัด ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้

ส่วนกรณีที่กัมพูชาให้ข่าวต่อสำนักข่าวต่างประเทศว่า ไทยถอนทหารแล้วนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เชื่อว่า รัฐบาลกัมพูชาต้องการลองของ เพราะไทยมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหน้าใหม่ จึงบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าไทยถอนทหาร ส่วนที่พยายามโยงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนิทสนมกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้นั้นขณะนี้ยังไม่มี หลักฐานที่บ่งชี้ แต่ที่สำคัญ ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

เปิดฉากปะทะเดือดไทย-กัมพูชาที่ชายแดนเขาพระวิหาร


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – ทหารไทย-กัมพูชา เปิดฉากปะทะเดือด! แล้ว ที่บริเวณชายแดนภูมะเขือ ห่างจากเขาพระวิหารประมาณ 2 กม.เผยทหารเขมรยิงถล่มฝ่ายไทยก่อน และมีเสียงปืน รวมทั้งระเบิด-อาวุธหนักตามมาอย่างต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งวัน เผยคืนที่ผ่านมาฝ่ายไทย ขนกำลังทหาร และปืนใหญ่ นับ 10 กระบอก เข้าเสริมพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหาร

วันนี้ (15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดศรีสะเกษ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.25 น.ที่ผ่านมาได้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างกองกำลังทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณภูมะเขือ ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากเขาพระวิหารทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 2.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ทหารไทย-กัมพูชา ปะทะกันเมื่อวันที่ 3 ต.ค.และทหารไทยเหยียบกับระเบิดวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า กองกำลังทหารกัมพูชา ได้เปิดฉากยิงปืนกลถล่มใส่ทหารไทยก่อนตามด้วยปืนใหญ่ จากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด รวมทั้งเสียงระเบิดและอาวุธหนักตามมาเป็นระยะๆ และทางการไทยได้แจ้งให้มีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานรายเพิ่มเติมว่า วันนี้ (15 ต.ค.) ก่อนที่จะมีการเปิดฉากปะทะกันขึ้น ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีรถบรรทุกทหารไทยเต็มคันรถหลายคันวิ่งขึ้นไปยังบริเวณเขาพระวิหาร เพื่อตรึงกำลังทหารรอบบริเวณทหารอย่างเต็มที่ และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปบนอุทยานแห่งชาติเขาพระ วิหารอย่างเด็ดขาด โดยมีกำลังทหารพร้อมอาวุธปืนครบมือรักษาการอย่างเข้มงวด

ขณะ ที่ตลอดคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในช่วงของวันออกพรรษา บรรยากาศค่อนเงียบเหงา เนื่องจากไม่มีชาวบ้านภูมิซรอลพากันออกมาทำบุญที่วัดแต่อย่างใด เพราะชาวบ้านทุกคนต่างพากันหวาดกลัวภัยสงครามที่อาจเกิดขึ้นที่บริเวณเขาพระ วิหาร ได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ในนช่วงกลางดึก (14 ต.ค.) ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ได้มีรถบรรทุกทหารไทยหลายคันขนทหารไทยจำนวนมากมุ่งหน้าไปยังบริเวณชายแดนไทย -กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยทหารทุกนายมีอาวุธหนัก-เบาครบมือ แต่งเครื่องแบบชุดทหารพร้อมรบ และมีรถบรรทุกของทหารไทย ที่ด้านข้างประตูรถเขียนคำว่า ป พัน 106 และ คำว่า ป พัน 16 ได้ลากปืนใหญ่ จำนวนประมาณ 10 กระบอกเข้าไปยังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย แต่ไม่ทราบพิกัดที่แน่ชัดว่านำเอาปืนใหญ่ไปตั้งไว้ที่จุดใด ทั้งนี้ คาดว่า เพื่อเป็นการเตรียมการสู้รบกับทหารกัมพูชา
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ทหารไทยปะทะเดือดกับเขมรที่ชายแดนใกล้เขาพระวิหาร

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบความชัดเจนหลังจากได้รับรายงานจากหน่วยที่เกี่ยวข้องว่า มีเหตุปะทะกันเกิดขึ้นจริงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และคาดว่ากองทัพจะได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บและเสีย ชีวิตหรือไม่

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารไทยและกัมพูชาที่บริเวณชายแดนของ 2 ประเทศในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่บริเวณชายแดนเปิดเผยกับนักข่าวเกียวโดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.25 น.ในพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ใกล้กับเขาพระวิหาร ทั้งนี้ มีผู้ได้ยินเสียระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง
ที่มา โพสท์ทูเดย์

Tuesday, October 14, 2008

ชาวบ้านเผยเห็นรถขนทหาร-ปืนใหญ่ เข้าชายแดนเขมร

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในช่วงออกพรรษา บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เพราะไม่มีชาวบ้านออกมาทำบุญที่วัด เพราะทุกคนต่างวิตกกับภัยสงครามที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีชาวบ้านพบเห็นรถบรรทุกหลายคันบรรทุกทหารจำนวนหลายพันคน แล่นไปที่บริเวณชายแดนกัมพูชาด้านเขาพระวิหาร โดยทหารทุกนายมีอาวุธพกประจำกาย ทั้งหนักเบาครบมือ และแต่งเครื่องแบบชุดทหารพร้อม ซึ่งมีทีท่าที่พร้อมสู้รบอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีรถบรรทุกทหารนำปืนใหญ่ประมาณ 10 กระบอก ลากเข้าไปยังบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาด้วย แต่ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัดว่านำเอาปืนใหญ่ไปตั้งไว้ที่จุดใด

ที่มา มติชน