Showing posts with label ทำเนียบรัฐบาล. Show all posts
Showing posts with label ทำเนียบรัฐบาล. Show all posts

Wednesday, October 15, 2008

ผู้เชี่ยวชาญจีนแฉ ตำรวจไทยใช้แก๊สน้ำตาหมดอายุ


หวนฉิวสือเป้า - ผู้เชี่ยวชาญจีน แปลกใจตำรวจไทยกล่าวหาแก๊สน้ำตาจีน ฆ่าคน ทำแขนขาขาด ยืนยันตำรวจจีนตรวจเข้มงวดที่สุด แถมใช้ทั่วประเทศไม่เคยเห็นมีปัญหา แฉซ้ำมีอายุใช้งาน 5 ปี แต่ไทยใช้ของหมดอายุ

หลังจากที่ทางตำรวจไทย ออกมาแถลงว่า ความสูญเสียจากการปรามปรามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 7 ตุลาคม ที่มีผู้เสียชีวิต แขนขาด ขาขาดนั้น เกิดจากอานุภาพของแก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีนนั้น ซ้ำยังอ้างว่าแก๊สน้ำตาจีนมีสาร RDX ที่ใช้ในทางการทหารและการก่อการร้ายนั้น

ปรากฏว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธจีนท่านหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ หวนฉิวสือเป้า ว่า รู้สึก “แปลกใจอย่างยิ่ง”

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธจีน ให้ความเห็นว่า แก๊ส น้ำตาเป็นอาวุธที่ไม่มุ่งทำลายชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีสารระเบิดร้ายแรง โดยแก๊สน้ำตาประกอบขึ้นด้วยสารจุดระเบิด และสารเผาไหม้ ซึ่งสารจุดระเบิดใช้เพื่อสร้างกลุ่มควัน ซึ่งจะมีปริมาณน้อยมาก ถึงแม้จะใช้ในระยะใกล้ก็ไม่สามารถทำอันตรายถึงขึ้นบาดเจ็บหนักได้ ส่วนสารเผาไหม้ ถึงแม้จะมีส่วนผสมของดินปืนที่ใช้ในประทัดทั่วไป แต่ไม่สามารถระเบิดได้ เพราะใช้เพื่อกระจายแก๊สเมื่อตกถึงพื้นเท่านั้น โดยในประเทศจีน แก๊สน้ำตาผลิตและใช้โดยสำนักงานวิทยาศาสตร์ตำรวจ การควบคุมคุณภาพอยู่ในขั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง และต้องถูกพิสูจน์ซ้ำหลายครั้งว่าไม่สามารถสร้างความบาดเจ็บได้ นอกจากนี้ ตำรวจจีนทั่วประเทศก็ใช้แก๊สน้ำตาที่ผลิตในจีนเอง ซึ่งก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าจะมีผู้บาดเจ็บขนาดหนักมาก่อน

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ ยังระบุว่า แก๊สน้ำตาที่ผลิตในจีนได้ระบุชัดเจนว่า มีอายุการใช้งาน 5 ปี ซึ่งทางตำรวจไทยได้ซื้อแก๊สน้ำตาไปตั้งแต่ปี 1993 น่าจะหมดอายุไปนานแล้ว

“ผมไม่ได้บอกว่า แก๊สน้ำตาจะไม่มีอันตราย เพราะขึ้นอยู่กับระยะการยิง และปืนที่ใช้ยิงด้วย แต่ก็เพียงจะทำให้เกิดแผลไหม้เท่านั้น ส่วนที่ถึงขั้นขาขาด หรือตายนั้นเป็นไปไม่ได้” ผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธจีนกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีผู้สื่อข่าวนำเรื่องนี้ไปถามกับ นายฉิน กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ในงานแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า “ตำรวจไทยกล่าวหาว่า แก๊สน้ำตาจีน สร้างความบาดเจ็บอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร และจีนเคยส่งออกแก๊สน้ำตาชนิดนี้ไปยังไทยหรือไม่ ? ”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบว่า “หนึ่ง ผมไม่สามารถยืนยันได้ว่าข่าวนี้เป็นจริงเพียงใด, สอง ผมไม่เคยพบว่ามีประกาศจากนานาชาติว่าห้ามใช้แก๊สน้ำตา และสาม หลายประเทศก็ผลิตแก๊สน้ำตา”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Tuesday, October 14, 2008

พันธมิตรฯหิ้วคนเจ็บร้อง ป.ป.ช. 7 ต.ค.นี้


วันนี้ (14 ก.ย.) ที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 19.00 น.นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ แถลงถึงกรณีการดำเนินคดีกับตำรวจ และข้าราชการการเมือง กรณีสั่งปราบปรามประชาชน ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว แต่อำนาจหน้าที่นั้น สามารถดำเนินการได้เพียงแค่ข้าราชการประจำเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีความชัดเจนจนสามารถโยงไปถึงฝ่ายการเมืองได้

“ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงจะนำผู้ป่วย ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไปร้องต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 17 ต.ค.เวลา 14.00 น.โดยกล่าวโทษตั้งแต่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ตลอดจน ผบ.ตร. ผบช.น.และ รอง ผบช.น.ทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 10 ราย” นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงกรณีที่ พรรคพลังประชาชน เข้าแจ้งความเอาผิดแกนนำพันธมิตรฯ รุ่นสอง ฐานทำให้ตกใจ ว่า แสดงให้เห็นว่า พรรคพลังประชาชน ไม่รู้สึกเสียใจ หรือแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ยังคงมุ่งกล่าวโทษ เอาโทษพันธมิตรฯอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ ขณะนี้รัฐบาลเองก็ตกเป็นจำเลยสังคม แต่วิปรัฐบาลกลับมีมติให้แจ้งความ ดังนั้น เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นการแก้เกี้ยวเท่านั้น เพราะไม่รู้จะอธิบายต่อประชาคมโลกอย่างไร ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องใช้วิธีการแจ้งความ อย่างไรก็ตาม คนที่ดำเนินการแจ้งความนั้นก็ต้องระวัง ข้อหาแจ้งความเท็จด้วย โดยพันธมิตรฯ จะปรึกษากับทีมทนายความ ถึงกรณีนี้ด้วย

ส่วนกรณีที่ นายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้ จะปลดล็อกได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคนชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียวนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ตรงนี้ไม่มีอะไรเกินความเป็นจริง และไม่ต่างจากที่พันธมิตรฯรู้สึก เพราะรัฐบาลนี้เป็นเพียงแค่หุ่นเชิด คนบงการตัวจริง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนี้ได้หันมาใช้เกมมวลชน แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตั้งแต่การประกาศไม่ยุบสภา และไม่ลาออก จนมาถึงการนำนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี มาจัดรายการความจริงวันนี้

“ขณะนี้อยู่ในช่วงของ 7 วันอันตราย ซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก่อนวันที่ 21 ต.ค.ซึ่งจะมีการพิจาณาคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ ทั้งนี้ ในวันที่ 15 ต.ค.ในช่วงเย็น แกนนำพันธมิตรฯ จะประชุมกันว่าจะไปรณรงค์ และเปิดโปงความเป็นจริง ถึงเหตุการณ์ 7 ต.ค.ที่เกิดขึ้นที่ไหนบ้าง” นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มมีการตัดตอน โดยบีบตำรวจที่บัญชาการให้ปราบปรามประชาชนทยอยออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยออกมาบอกว่าพร้อมรับผิดชอบ และจากนั้นก็ลาออก ตรงนี้เป็นการตัดตอน เพื่อไม่ให้สาวไปถึงรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถาวมว่า การที่นำ นายสมัคร มาจัดรายการความจริงวันนี้ จะยิ่งทำให้อุณหภูมิทางการเมืองสูงขึ้นหรือไม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า จะยิ่งร้อนแรงขึ้น ซึ่งต้องถามว่า การนำ นายสมัคร มาจัดรายการนั้น เพื่ออะไร และที่แน่นอน คือ นโยบาย ข้อ 1.1 ของรัฐบาล ที่ระบุว่า จะเดินหน้า เรื่องความสมานฉันท์นั้น เป็นการโกหก ไม่เป็นความจริง

เมื่อถามว่า เอกสารหลักฐานที่จะมอบให้กับ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการการเมืองนั้น มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน นายสุริยะใส กล่าวว่า ตรงนี้จะต้องทำให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะถ้าหากนำคนผิดมาลงโทษไม่ได้ ก็จะไม่สามารถบอกได้ว่า วันที่ 7 ต.ค.จะเป็นความรุนแรงครั้งสุดท้าย และจะไม่มีการโทษ ว่า เป็นเรื่องของการไปซื้อแก๊สน้ำตามา โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ซึ่งแสดงถึงความไม่รับผิดชอบ ดังนั้น ป.ป.ช.จะต้องเรียกรายงานการประชุม มติ ครม.คืนวันที่ 6 ต.ค.มาดู มาตรวจสอบ ซึ่งถ้าหากไม่เจอ ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จะต้องอธิบายให้ได้ว่า สาเหุตที่ไม่เจอนั้นเพราะอะไร เพราะเท่าที่ทราบ มีข้าราชการ การเมืองระดับสูง อย่างนั้อย 2 คน ที่มีส่วนร่วมในการบงการด้วย

ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบที่มีการตั้งขึ้นนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เราไม่ปฏิเสธ แต่พันธมิตรฯ ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และกลไกตามรัฐธรรมนูญมากกว่าและเชื่อว่าหลักฐานมี่มีอยู่ จะนำไปสู่การนำคนผิดไปลงโทษได้

ทั้งนี้ นายสุริยะใส ยังกล่าวว่า ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เวลา 06.00-08.00 น.จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้เสียชีวิต ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนสลายการชุมนุม 7ตุลา51

ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนพัชรวาท-สุชาติ-อำนวย สั่งสลายการชุมนุม 7ตุลา51 รุนแรงเกินเหตุ
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.), พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. หลังมีข้อเท็จจริงในชั้นต้นที่พอฟังได้ว่านายตำรวจดังกล่าวสั่งการให้เจ้า หน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อวัน ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้อาวุธร้ายแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และเสียชีวิต 2 คน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.51 พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.กล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท,พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ท.สุชาติ และพล.ต.ต.อำนวย กับพวกสั่งการให้ตำรวจใช้อาวุธสงครามร้ายแรงเข้าปราบปรามประชาชนที่กำลัง ชุมนุมโดยสงบเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 อันถือเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา

นายก ล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า นายวิชา มหาคุณ จะเป็นประธานอนุกรรมการสอบสวนตามคำร้องของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ส่วนนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในชั้นนี้ ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอว่าได้สั่งการหรือไม่ ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ปรากฏชื่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง แต่อนุกรรมการฯ กล่าวว่า สามารถเรียกสอบภายหลัง หากเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ รวมทั้งอาจจะขอมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 6 ตุลาคม มาตรวจสอบภายหลังด้วย

ที่มา โพสท์ทูเดย์

Sunday, October 12, 2008

กลุ่มพันธมิตรฟ้องเรียกค่าเสียหายพันล้าน


เวลา 15.00 น. วานนี้ (12 ต.ค.) ที่หลังเวทีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ฝ่ายกฎหมายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มาตั้งโต๊ะให้ญาติผู้เสียหาย และบาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. นำหลักฐาน อาทิ สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และใบรับรองแพทย์ มาทำประวัติเพื่อเตรียมฟ้องร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 1 พันล้านบาท โดยจะฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญา หรือหากผู้เสียหายหรือบาดเจ็บมีภาพจากสื่อต่างๆ ก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องได้ นับว่าเป็นครั้งแรกในการจัดทำแฟ้มประวัติ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ชุมนุมจนมีผู้เสีย ชีวิตและบาดเจ็บ โดยในขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าให้รายละเอียดกว่า 200 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ฝ่ายกฎหมายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะประสานงานกับผู้บาดเจ็บ เพื่อเตรียมการฟ้องร้องต่อไป
ที่มา ไทยรัฐ