Showing posts with label แก๊สน้ำตา. Show all posts
Showing posts with label แก๊สน้ำตา. Show all posts

Wednesday, October 15, 2008

ผู้เชี่ยวชาญจีนแฉ ตำรวจไทยใช้แก๊สน้ำตาหมดอายุ


หวนฉิวสือเป้า - ผู้เชี่ยวชาญจีน แปลกใจตำรวจไทยกล่าวหาแก๊สน้ำตาจีน ฆ่าคน ทำแขนขาขาด ยืนยันตำรวจจีนตรวจเข้มงวดที่สุด แถมใช้ทั่วประเทศไม่เคยเห็นมีปัญหา แฉซ้ำมีอายุใช้งาน 5 ปี แต่ไทยใช้ของหมดอายุ

หลังจากที่ทางตำรวจไทย ออกมาแถลงว่า ความสูญเสียจากการปรามปรามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 7 ตุลาคม ที่มีผู้เสียชีวิต แขนขาด ขาขาดนั้น เกิดจากอานุภาพของแก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีนนั้น ซ้ำยังอ้างว่าแก๊สน้ำตาจีนมีสาร RDX ที่ใช้ในทางการทหารและการก่อการร้ายนั้น

ปรากฏว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธจีนท่านหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ หวนฉิวสือเป้า ว่า รู้สึก “แปลกใจอย่างยิ่ง”

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธจีน ให้ความเห็นว่า แก๊ส น้ำตาเป็นอาวุธที่ไม่มุ่งทำลายชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีสารระเบิดร้ายแรง โดยแก๊สน้ำตาประกอบขึ้นด้วยสารจุดระเบิด และสารเผาไหม้ ซึ่งสารจุดระเบิดใช้เพื่อสร้างกลุ่มควัน ซึ่งจะมีปริมาณน้อยมาก ถึงแม้จะใช้ในระยะใกล้ก็ไม่สามารถทำอันตรายถึงขึ้นบาดเจ็บหนักได้ ส่วนสารเผาไหม้ ถึงแม้จะมีส่วนผสมของดินปืนที่ใช้ในประทัดทั่วไป แต่ไม่สามารถระเบิดได้ เพราะใช้เพื่อกระจายแก๊สเมื่อตกถึงพื้นเท่านั้น โดยในประเทศจีน แก๊สน้ำตาผลิตและใช้โดยสำนักงานวิทยาศาสตร์ตำรวจ การควบคุมคุณภาพอยู่ในขั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง และต้องถูกพิสูจน์ซ้ำหลายครั้งว่าไม่สามารถสร้างความบาดเจ็บได้ นอกจากนี้ ตำรวจจีนทั่วประเทศก็ใช้แก๊สน้ำตาที่ผลิตในจีนเอง ซึ่งก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าจะมีผู้บาดเจ็บขนาดหนักมาก่อน

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ ยังระบุว่า แก๊สน้ำตาที่ผลิตในจีนได้ระบุชัดเจนว่า มีอายุการใช้งาน 5 ปี ซึ่งทางตำรวจไทยได้ซื้อแก๊สน้ำตาไปตั้งแต่ปี 1993 น่าจะหมดอายุไปนานแล้ว

“ผมไม่ได้บอกว่า แก๊สน้ำตาจะไม่มีอันตราย เพราะขึ้นอยู่กับระยะการยิง และปืนที่ใช้ยิงด้วย แต่ก็เพียงจะทำให้เกิดแผลไหม้เท่านั้น ส่วนที่ถึงขั้นขาขาด หรือตายนั้นเป็นไปไม่ได้” ผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธจีนกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีผู้สื่อข่าวนำเรื่องนี้ไปถามกับ นายฉิน กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ในงานแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า “ตำรวจไทยกล่าวหาว่า แก๊สน้ำตาจีน สร้างความบาดเจ็บอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร และจีนเคยส่งออกแก๊สน้ำตาชนิดนี้ไปยังไทยหรือไม่ ? ”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบว่า “หนึ่ง ผมไม่สามารถยืนยันได้ว่าข่าวนี้เป็นจริงเพียงใด, สอง ผมไม่เคยพบว่ามีประกาศจากนานาชาติว่าห้ามใช้แก๊สน้ำตา และสาม หลายประเทศก็ผลิตแก๊สน้ำตา”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Tuesday, October 14, 2008

นักธุรกิจขอนแก่นติดป้ายถามใจ คนสั่งฆ่าประชาชน ทำได้อย่างไร

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-นักธุรกิจขอนแก่น ติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่หน้าร้าน ข้อความว่า “ต้องการอ่านแถลงการณ์เพียง 2 ชั่วโมง จำเป็นต้องทำให้คนขาขาด แขนขาด และตายด้วยหรือ” หวังคนขอนแก่นร่วมถามหาคนรับผิดชอบ ไม่นิ่งเฉย กับภาพความรุนแรงที่ประชาชนถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ เผยไม่กลัวตำรวจรังแก เพราะทำเพื่อต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม ด้วยพลังหัวใจรักชาติ

นางมณีรัตน์ เชาวน์ธเนศ เจ้าของร้านรับอัดขยายภาพชื่อดังบนถนนศรีจันทร์ ซึ่งอยู่ในชุดสีดำ เปิดเผยว่าที่แต่งชุดดำ เพราะต้องการไว้ทุกข์ให้กับน้องโบว์ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ และสารวัตรจ๊าบ พ.ต.ต.เมธี ชาติมนตรี ผู้เสียชีวิตที่กล้าหาญปกป้องชาติและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต พร้อมกับเปิดใจถึงสาเหตุที่ตัดสินใจทำป้ายไวนิล ขนาดยาวถึง 7 เมตร กว้างประมาณ 1.5 เมตร แขวนติดหน้าร้านรับอัดขยายภาพของตนกลางเมืองขอนแก่นอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะ ได้รับอันตรายจากอำนาจมืดหรือไม่

นางมณีรัตน์ เล่าว่า ตนและสามีติดตามข่าวสารการเมืองมาโดยตลอด และรู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างมากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ต้องเห็นตำรวจไทย ตั้งใจทำร้ายประชาชนเพียงเพื่อเปิดทางให้ส.ส. ส.ว. เข้าไปในรัฐสภา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี คือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อ่านแถลงการณ์ หรือแถลงนโยบายโดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่ได้ทำร้ายประชาชนไปจำนวนมาก

ตำรวจแสดงความโหดร้ายด้วยการใช้อาวุธ แม้จะอ้างว่าเป็นแก๊สน้ำตาที่ภายหลังมีการยืนยันแล้วว่าเป็นแก๊สน้ำตาจาก ประเทศจีน ที่ไม่ควรนำมาใช้ในการสลายการชุมนุมเพราะมีอานุภาพที่ร้ายแรง

เมื่อตำรวจได้ใช้ทำร้ายประชาชน จนเกิดความรุนแรงมีผู้บาดเจ็บขาขาดตั้งแต่ช่วงเช้า เวลาประมาณ 06.20 น. แล้ว ผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการ น่าจะยุติการสั่งทำร้ายประชาชนทันที
แต่กลับยังมีการระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชนต่อเนื่องทั้งตอนบ่าย ตอนเย็นและค่ำ จนมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก มีผู้สูญเสียอวัยวะอีกหลายคน และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น

เจ้าของป้ายไวนิลดังกล่าว กล่าวอีกว่า ได้แขวนป้ายนี้ได้ 2 วันแล้ว ซึ่งได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนชาวคนขอนแก่นอย่างมาก เนื่องจากป้ายดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และยังเขียนข้อความอย่างไม่เกรงกลัวในอำนาจมืดของใคร
“ลูกน้องในร้านบอกว่าเขาเห็นตำรวจแอบมาถ่ายภาพทั้งหน้าร้าน และในร้านไปแล้ว แต่ตนและสามีไม่รู้สึกกลัว เพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม ด้วยพลังหัวใจรักชาติ อีกทั้งเชื่อว่ามีประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องการถามกับผู้มีอำนาจ จึงได้ตัดสินใจทำป้ายดังกล่าวขึ้นมา ด้วยความหวังที่จะเห็นคนขอนแก่น และคนไทยร่วมใจกันคิดและทำเพื่อบ้านเมือง ทำสิ่งดีๆ เพื่อให้ประเทศไทยดีขึ้น ไม่อยากให้คนไทยกลายเป็นคนเฉยชากับความรุนแรง ไม่อยากให้มองภาพที่คนไทยด้วยกันถูกทำร้ายแล้วมองผ่านไป โดยไม่ถามหาจริยธรรม คุณธรรมของผู้ที่มีอำนาจสั่งการ และสามารถหยุดสั่งการได้ แต่กลับไม่ทำ”

สำหรับบรรยากาศที่ศูนย์ข่าวขอนแก่นในช่วงบ่ายถึงเย็นวันนี้ มีประชาชนชาวขอนแก่นและต่างอำเภอ เดินทางมาติดต่อขอรับหนังสือและวีซีดีตำรวจฆ่าประชาชนรวมกว่า 1,000 ราย ขณะที่มีผู้ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และช่วยASTV ผ่านศูนย์ข่าวASTV ภาคอีสาน จ.ขอนแก่นแล้วจำนวน 6,000 บาท โดยเงินบริจาคที่ได้รับมีการจัดส่งไปยังส่วนกลางต่อ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

พันธมิตรฯหิ้วคนเจ็บร้อง ป.ป.ช. 7 ต.ค.นี้


วันนี้ (14 ก.ย.) ที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 19.00 น.นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ แถลงถึงกรณีการดำเนินคดีกับตำรวจ และข้าราชการการเมือง กรณีสั่งปราบปรามประชาชน ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว แต่อำนาจหน้าที่นั้น สามารถดำเนินการได้เพียงแค่ข้าราชการประจำเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีความชัดเจนจนสามารถโยงไปถึงฝ่ายการเมืองได้

“ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงจะนำผู้ป่วย ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไปร้องต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 17 ต.ค.เวลา 14.00 น.โดยกล่าวโทษตั้งแต่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ตลอดจน ผบ.ตร. ผบช.น.และ รอง ผบช.น.ทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 10 ราย” นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงกรณีที่ พรรคพลังประชาชน เข้าแจ้งความเอาผิดแกนนำพันธมิตรฯ รุ่นสอง ฐานทำให้ตกใจ ว่า แสดงให้เห็นว่า พรรคพลังประชาชน ไม่รู้สึกเสียใจ หรือแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ยังคงมุ่งกล่าวโทษ เอาโทษพันธมิตรฯอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ ขณะนี้รัฐบาลเองก็ตกเป็นจำเลยสังคม แต่วิปรัฐบาลกลับมีมติให้แจ้งความ ดังนั้น เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นการแก้เกี้ยวเท่านั้น เพราะไม่รู้จะอธิบายต่อประชาคมโลกอย่างไร ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องใช้วิธีการแจ้งความ อย่างไรก็ตาม คนที่ดำเนินการแจ้งความนั้นก็ต้องระวัง ข้อหาแจ้งความเท็จด้วย โดยพันธมิตรฯ จะปรึกษากับทีมทนายความ ถึงกรณีนี้ด้วย

ส่วนกรณีที่ นายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้ จะปลดล็อกได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคนชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียวนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ตรงนี้ไม่มีอะไรเกินความเป็นจริง และไม่ต่างจากที่พันธมิตรฯรู้สึก เพราะรัฐบาลนี้เป็นเพียงแค่หุ่นเชิด คนบงการตัวจริง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนี้ได้หันมาใช้เกมมวลชน แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตั้งแต่การประกาศไม่ยุบสภา และไม่ลาออก จนมาถึงการนำนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี มาจัดรายการความจริงวันนี้

“ขณะนี้อยู่ในช่วงของ 7 วันอันตราย ซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก่อนวันที่ 21 ต.ค.ซึ่งจะมีการพิจาณาคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ ทั้งนี้ ในวันที่ 15 ต.ค.ในช่วงเย็น แกนนำพันธมิตรฯ จะประชุมกันว่าจะไปรณรงค์ และเปิดโปงความเป็นจริง ถึงเหตุการณ์ 7 ต.ค.ที่เกิดขึ้นที่ไหนบ้าง” นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มมีการตัดตอน โดยบีบตำรวจที่บัญชาการให้ปราบปรามประชาชนทยอยออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยออกมาบอกว่าพร้อมรับผิดชอบ และจากนั้นก็ลาออก ตรงนี้เป็นการตัดตอน เพื่อไม่ให้สาวไปถึงรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถาวมว่า การที่นำ นายสมัคร มาจัดรายการความจริงวันนี้ จะยิ่งทำให้อุณหภูมิทางการเมืองสูงขึ้นหรือไม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า จะยิ่งร้อนแรงขึ้น ซึ่งต้องถามว่า การนำ นายสมัคร มาจัดรายการนั้น เพื่ออะไร และที่แน่นอน คือ นโยบาย ข้อ 1.1 ของรัฐบาล ที่ระบุว่า จะเดินหน้า เรื่องความสมานฉันท์นั้น เป็นการโกหก ไม่เป็นความจริง

เมื่อถามว่า เอกสารหลักฐานที่จะมอบให้กับ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการการเมืองนั้น มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน นายสุริยะใส กล่าวว่า ตรงนี้จะต้องทำให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะถ้าหากนำคนผิดมาลงโทษไม่ได้ ก็จะไม่สามารถบอกได้ว่า วันที่ 7 ต.ค.จะเป็นความรุนแรงครั้งสุดท้าย และจะไม่มีการโทษ ว่า เป็นเรื่องของการไปซื้อแก๊สน้ำตามา โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ซึ่งแสดงถึงความไม่รับผิดชอบ ดังนั้น ป.ป.ช.จะต้องเรียกรายงานการประชุม มติ ครม.คืนวันที่ 6 ต.ค.มาดู มาตรวจสอบ ซึ่งถ้าหากไม่เจอ ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จะต้องอธิบายให้ได้ว่า สาเหุตที่ไม่เจอนั้นเพราะอะไร เพราะเท่าที่ทราบ มีข้าราชการ การเมืองระดับสูง อย่างนั้อย 2 คน ที่มีส่วนร่วมในการบงการด้วย

ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบที่มีการตั้งขึ้นนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เราไม่ปฏิเสธ แต่พันธมิตรฯ ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และกลไกตามรัฐธรรมนูญมากกว่าและเชื่อว่าหลักฐานมี่มีอยู่ จะนำไปสู่การนำคนผิดไปลงโทษได้

ทั้งนี้ นายสุริยะใส ยังกล่าวว่า ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เวลา 06.00-08.00 น.จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้เสียชีวิต ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนสลายการชุมนุม 7ตุลา51

ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนพัชรวาท-สุชาติ-อำนวย สั่งสลายการชุมนุม 7ตุลา51 รุนแรงเกินเหตุ
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.), พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. หลังมีข้อเท็จจริงในชั้นต้นที่พอฟังได้ว่านายตำรวจดังกล่าวสั่งการให้เจ้า หน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อวัน ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้อาวุธร้ายแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และเสียชีวิต 2 คน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.51 พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.กล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท,พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ท.สุชาติ และพล.ต.ต.อำนวย กับพวกสั่งการให้ตำรวจใช้อาวุธสงครามร้ายแรงเข้าปราบปรามประชาชนที่กำลัง ชุมนุมโดยสงบเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 อันถือเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา

นายก ล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า นายวิชา มหาคุณ จะเป็นประธานอนุกรรมการสอบสวนตามคำร้องของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ส่วนนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในชั้นนี้ ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอว่าได้สั่งการหรือไม่ ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ปรากฏชื่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง แต่อนุกรรมการฯ กล่าวว่า สามารถเรียกสอบภายหลัง หากเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ รวมทั้งอาจจะขอมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 6 ตุลาคม มาตรวจสอบภายหลังด้วย

ที่มา โพสท์ทูเดย์

Monday, October 13, 2008

โกวิท ป้อง สล้าง พูดหน้าตาเฉยออกมาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจ


วันนี้ (13 ต.ค.) พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานแก่คณะกรรมการ และพนักงานการประปานครหลวง (กปน.) โดยมี พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ประธานกรรมการ และ นายเจริญ ชัยกิตติศิลป์ ผู้ว่าการ กปน.รวมทั้งพนักงาน กปน.ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาถึง กปน.ได้มีกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการประปานครหลวงกว่า 10 คน เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์การสลายกลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีการถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “เราขอประณามการกระทำของตำรวจ ที่ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์”

จากนั้น พล.ต.อ.โกวิท ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลพยายามที่จะขับเคลื่อนการทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ขัดขัดขวางการทำงานของรัฐบาลว่า รัฐบาลจะพยายามเดินหน้าต่อไป จะถอยหลังไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลก็เร่งทำความเข้าใจสร้างความสมานฉันท์ ความอดทน อย่างที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้ทำเป็นตัวอย่าง คือ มีความอดทน ความเสียสระ จึงอยากให้ทุกคนช่วยกัน ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองเราก็อยู่ไม่ได้

พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เหมือนตอนที่เราเหนื่อยเราก็บ่นโน้นบ่นนี่ไป แต่ถึงเวลาไม่ทำไม่ได้ เหมือนกับตำรวจถ้าเขาไม่เข้าเวรยาม ไม่ดูแลประชาชนหยุดงานไปหนึ่งวัน จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซึ่งเขาทำไม่ได้ เพราะว่าเขามีวินัย พนักงานการประปาก็เหมือนกันเขามีหน้าที่ ที่ต้องทำ ส่วนคนที่ไม่ทำหรือทำอะไรที่เสียหายก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาโทษทัณฑ์ กันไป

ส่วนเรื่องที่จะมีคนเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯนั้น พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า เรื่องนี้อย่าไปกังวล ตนเชื่อว่า สถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ประชาชนก็ต้องฟังและมีสติ ซึ่งตนได้เรียนให้ทราบแล้ว ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ตามจะต้องใช้สติในการรับฟัง ใครมาหลอกให้เราทำอะไรก็อย่าไปเชื่อ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะเสียหายหมด

“เรามีหน้าที่เราต้องทำให้มันดีขึ้น เป็นหน้าที่ของผม เพราะว่าผมเป็นรัฐบาล ถ้าผมไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้ดีขึ้นได้ เราก็ไม่ควรจะอยู่ ในเมื่อเราอยู่เราก็ต้องทำให้มันดีขึ้น” พล.ต.อ.โกวิท กล่าว

เมื่อถามว่า ฐานะอดีต ผบ.ตร.มองอย่างไรกับการที่ พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความเห็นอยู่ในขณะนี้ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ดีที่อดีตข้าราชการตำรวจมีความห่วงใยส่วนการเสนอแนวทางแก้ ปัญหาต่างๆ ก็อาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่ เพราะว่าแต่ละคนก็เป็นห่วงบ้านเมืองไม่อยากให้ตำรวจถูกดูหมิ่นดูแคลน ซึ่งนั้นก็เป็นเพราะความรักความผูกพัน เพราะว่าท่านก็อยากให้ตำรวจยืนอยู่อย่างมีเกียรติและเป็นที่ยอมรับของสังคม ก็อย่าไปมองเป็นเรื่องการขัดแย้งความแตกต่าง แต่ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่ว่าใครจะพูดจะคิดอะไรก็เป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์

“ทุกคนทำตามหน้าที่ประเทศชาติก็เดินหน้าไปได้ ปัจจุบันนี้คนที่ทำผิดกฎหมาย คนที่ไปละเมิดผู้อื่น ทำความเสียหายแก่ผู้อื่น เขาอาจจะไม่รู้ตัวว่าเขทำความเสียหายแก่บ้านเมือง ซึ่งแต่ละกลุ่มก็ว่ากันไป ตำรวจก็ดูแลในหน้าที่ของตำรวจ กระทรวงมหาดไทยก็มีหน้าที่ดูแลทุกเรื่องที่จะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ทั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ ต้องช่วยกันประคับประคองให้เกิดความสงบร่มเย็นให้ได้ ขออย่าให้พี่น้องประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแต่หันหน้ามาช่วยกัน อะไรที่ถูกก็เดินไปทางที่ถูกมันก็จบ” พล.ต.อ.โกวิท กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้แบ่งงานด้านความมั่นคงให้ รมว.มหาดไทย ได้ดูแลหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังควบคุมดูแลอยู่ เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า การโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างไม่ชอบธรรม พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ก็พยายามทำให้ดีที่สุด ไม่มีการแต่งตั้งอะไรจะเป็นที่พอใจหรอกเพราะว่าตำแหน่งมีจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่ง การปรับย้าย ก็พยายามยึดหลักผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมมากกว่าตัวบุคคล

เมื่อถามว่า อาจจะเป็นโมฆะได้ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า โอ้ย ไม่เป็นโมฆะหรอก ส่วนเรื่องการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีนั้น เดี๋ยวจะบอกให้ แต่ขณะนี้ก็มีรักษาการอยู่

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ขวัญชัย ประกาศพร้อมนำชมรมคนรักอุดร 1 หมื่นคนไล่พันธมิตรฯ


ขวัญชัญ ยัน 16 ต.ค. ยังไม่ขนคนร่วมชุมนุมกับ นปช. ที่ท้องสนามหลวง ชี้หากเป่านกหวีดระดมพล ขับไล่พันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมนำสมาชิกชมรมคนรักอุดร 1 หมื่นคนสมทบทันที

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 ตุลาคม 2551 นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานกลุ่มชมรมคนรักอุดร พร้อมสมาชิกกว่า 100 คน ได้เดินทางมาที่ หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อมอบดอกไม้เป็นขวัญและกำลังใจ ส่งผ่านให้กับตำรวจ ที่ปฎิบัติหน้าที่ในการสลายการชุมนุม ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

ซึ่งมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ ในการสลายการชุมนุมในครั้งนั้นด้วย โดย พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้ลงมารับมอบดอกไม้ด้วยตนเอง พร้อมกับกล่าว ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับตำรวจ ซึ่งทางตำรวจจะปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์และยุติธรรม

นาย ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ กล่าวว่า ในวันที่ 16 ต.ค. นี้ ทางชมรมได้จัดกิจกรรมให้กับสมาชิกโดยการเลี้ยงโต๊ะจีน จำนวน 300 โต๊ะ เพื่อพบปะสังสรรค์ และสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกชมรมคนรักอุดร ว่าจะเข้าร่วมชุมนุมกับ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือไม่
ทั้งนี้ หากเป็นการชุมนุมและรับฟังการปราศรัยธรรมดาที่ท้องสนามหลวง ก็จะไม่เข้าร่วม แต่หากจะเคลื่อนขบวนเข้าไปขับไล่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ ทำเนียบรัฐบาล ก็พร้อมที่จะขนสมาชิกจำนวน 10,000 คน เข้าร่วมขับไล่แน่นอน

ทั้ง นี้การจัดงานสังสรรค์ในเย็นวันที่ 16 ต.ค. นี้จะเป็นการสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกชมรมคนรักอุดร และเป็นการเลี้ยงตอนรับนายธีระชัย แสนแก้ว ที่ได้กลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยงานสังสรรค์ในครั้งนี้จะรับแต่สมาชิกของชมรมเท่านั้น ดังนั้นในการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ไปคงต้องฟังเสียงจากสมาชิกด้วย

ที่มา คมชัดลึก

เหลิม ลั่นอยากเอามือตบไปตบปากพันธมิตรทุกคน


วันนี้ (13 ต.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ว่า ในฐานะที่รับราชการตำรวจมานาน 10 ปี ยืนยันว่าตำรวจทุกคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่มีเจตนาทำร้ายฆ่าแกงประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ใครจะผิดหรือถูกก็คงต้องรอการสอบสวน หากผิดก็ต้องลงโทษ ทั้งนี้การที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปราศรัยว่า เกลียดตำรวจ ก็อยากขอให้ 4 นายพลตำรวจกับอีก 1 นายพลตำรวจ ที่ลาออกจากราชการแล้ว ไล่ให้ตำรวจพวกนี้ออกจากการวางแผนให้ม็อบ พธม.ด้วย อย่ามาสิงสู่อยู่ในม็อบ พธม.วางแผนเรื่องความปลอดภัยให้อีก

“ปาก พธม.บอกว่าเกลียด ไม่ชอบตำรวจ อยากจะเอามือตบไปตบปาก พธม.ทุกคน ถ้าเกลียดตำรวจจริง ต้องไล่ 5 นายพลตำรวจ โดยมี 1 พล.ต.ต.ที่ลาออกจากราชการไปแล้ว ซึ่งถ้าไม่ลาออกจากราชการก็จะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนอีก 4 พลตำรวจมี 1 พล.ต.ต.ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ กับอีก 3 ตำแหน่งรองผู้บังคับการ ให้ออกมาจากการวางแผนให้พธม. อย่ามาสิงสู่เช่นนี้อีก ไม่ได้ท้าทายแต่ถ้าออกมาได้ทุกอย่างจะดีขึ้น”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า พธม.กล่าวหาว่า ตนไปไหนมาไหนก็บอกว่าปอดไม่กล้าไป ซึ่ง พธม.ทำอะไรควรเคารพสิทธิคนอื่นบ้าง อย่าง นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำ พธม.กล่าวหาว่า ตนเองสั่งการไม่ให้แพทย์พยาบาลให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่ผ่านมา ก็อดทนและยอมทุกเรื่องไม่อยากเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องกับ สธ.แต่การกล่าวเช่นนี้ ทำให้ สธ.เสียหาย จึงอย่าคิดว่าตนเองยอมทุกเรื่อง พูดเกเรตนเองได้ แต่อย่าเกเรกระทรวง ดังนั้นต้องออกมาชี้แจงว่า จะให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเต็มที่ และไม่เคยคิด หรือสั่งการ เพราะหากสั่งการเช่นนั้น พวกหมอๆ คงไม่มีใครฟัง

“สังคม ไทยต้องมีสติให้มากกว่านี้ ใครไม่เห็นด้วยกับ พธม.ก็ควรออกมาแสดงออกโดยการขึ้นป้ายผ้าว่าเศรษฐกิจแย่ บ้านเมืองวุ่นวาย ในบ้าน ชุมชน แขวง เขตต่างๆ แสดงออกให้ พธม.รู้ว่ามีคนไม่ชอบ แต่ไม่เผชิญหน้า ประจันหน้า ปะทะ ดังนั้น พธม.ต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจบ้าง ว่าหุ้นตก คนก็เครียดเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ส่วนแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะมาชุมนุมกันก็เป็นสิทธิที่เขากระทำได้ เพราะออกมาประกาศแล้วว่าจะไม่ปะทะกัน หากพธม.แสดงความเห็นได้ นปช.ก็แสดงความเห็นได้เช่นเดียวกัน”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนมีหน่วยการข่าวบอกว่าจะมีมือตบไปประท้วงหน้าโรงแรมปริ๊นพาเลซ ที่จะมีการจัดการประชุมนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อหารือถึงการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขในวันที่ 16 ต.ค.จึงได้หารือกับ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดสธ.ว่าจะเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปโดยไม่มีกำหนด เพราะเขาได้ใจกันตั้งแต่ตอนไปกระบี่ คราวนี้หากเป็นเช่นนี้อีกจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน โรงแรมเดือดร้อน

“เมื่อ คุยกับปลัด สธ.ว่าต้องให้เกียรติสถานที่ เพราะเมื่อปิดล้อมแล้วท้ายสุดยอมปล่อยให้หมอกลับกันได้เหลือผมคนเดียว จะทำอย่างไร อีกไม่ถึง 15 นาที น.ส.อัญชลี ไพรีรัก พิธีกรเวที พธม.ก็ประกาศให้ทราบว่ามีการประชุมดังกล่าวและให้ชาว พธม.ไปรวมตัวกันขับไล่ เป็นนักการเมืองจะไปเอาชนะประชาชนไม่ได้ต้องหนี ครั้งแรกก็เลื่อนแล้ว ครั้งสองก็เลื่อนอีก ครั้งหน้ามีอีกผมไม่ยอมแน่ จะประสานขอเช่าสถานที่หอประชุมของกองทัพเรือได้หรือไม่”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ในการประชุมรัฐสภาที่ 7 ต.ค.ตนเองก็ได้แสดงตัว แต่เห็นท่าไม่ดี จึงได้หนีออกมา ถามว่ากลัวหรือไม่ ก็กลัว แต่ไม่บอกว่าออกมาทางไหน ถือเป็นความลับ เหมือนตอนลี้ภัย เมื่อองค์ประชุมครบก็ออกมาทันที โดยไม่ได้เซ็นชื่อ การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ออกมาตรวจสอบ รู้ได้อย่างไรตนเองเข้าหรือไม่ คงไม่เคยได้ยินข่าวว่า สมัยรับราชการได้ฉายานามว่า เป็นสารวัตรนินจา

“อะไรที่ผิดพลาดก็ว่ากัน ใน พธม.หาว่าผมเป็นคนสั่งสลายม็อบ ทั้งที่ตนเองเสนอให้มีการแต่งตั้งให้มีการตั้งรองนายกรัฐมนตรีเพื่อมาดูแล สถานการณ์ ซึ่งได้แต่งตั้งพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาดูแล แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นผมไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้อง เพราะเป็นแค่ รมว.สธ.แต่ถ้ามีเหตุการณ์ครั้งใหม่ ให้ผมเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์แล้วจะทำให้ดู” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีคนกล่าวหาว่านายสมชาย เป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ วางแผนจับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง อยากบอกว่าไม่มีใครวางแผนจับ เพราะ พล.ต.จำลอง มีหมายจับ แต่ออกจากที่ชุมนุม พธม.มาเลือกตั้ง ในทีวี โดยเฉพาะเอเอสทีวีตอนเช้ายังฉายภาพว่า พล.ต.จำลองไปหน่วยเลือกตั้งทักตำรวจประจำหน่วยทั้งหมด แล้วเมื่อเขามีหมายจับจะทำตำรวจทำอย่างไร ก็ต้องจับ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พธม.ไม่ใช่ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่เอารัฐบาลจาก พปช.เพราะหากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชาชน (พปช.) ก็ต้องแต่งตั้งคนของ พปช.อีก หรือยุบสภาเสียงข้างมาก คือ พปช.ก็จัดตั้งรัฐบาล หรือเลือกตั้งใหม่ เป็นเรื่องแน่นอนว่า พปช.จะได้เป็นรัฐบาลอีก ทางที่ดี พธม.ควรตั้งพรรคการเมืองให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหัวหน้า และให้ นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรคมาสู้กัน

“พล. ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตอธิบดีกรมตำรวจออกมาแสดงความคิดเห็นว่าจะยึดทำเนียบรัฐบาลคืน จริงแล้ว พล.ต.อ.สล้าง เป็นคนใจดี คงโมโหและพูดไปเช่นนี้ แต่คงไม่ทำจริง เพราะท่านเป็นตำรวจเก่า เป็นมือปราบ เป็นครูฝึกหน่วยรบพิเศษ แต่คงรู้สึกอึดอัด” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

อนึ่ง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ได้เสนอข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้เข้าไปประชุมที่สภา หลังจากผู้สื่อข่าวได้สอบถามคณะผู้ติดตามของ ร.ต.อ.เฉลิม โดยระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางไปรัฐสภาเพื่อร่วมการแถลงนโยบาย เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.แต่ไม่สามารถเข้าไปที่รัฐสภาได้ เนื่องจากถูก พธม.ปิดรอบรัฐสภาไว้ทั้งหมด จึงได้ขับรถยนต์กลับมากยัง สธ.เมื่อเวลาประมาณ 11.45 น.หลังจากนั้น ก็เรียกประชุมที่ปรึกษา รมต.และอยู่ที่กระทรวงตลอดทั้งวัน

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

สุชาติรู้จักเสียใจกับการสั่งฆ่าประชาชน


วันนี้ (13 ต.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. กล่าวอวยพรเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องในวันตำรวจว่า ในวันนี้เป็นวันตำรวจขอให้ตำรวจทุกคนรับใช้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุดปกป้องใน ชีวิตและทรัพย์สิน หากจะมีอะไรที่กระทบกระเทือนใจบ้างขอให้อดทน ส่วนอะไรที่มันเกิดขึ้นฐานะตนก็คือคนหนึ่งที่จะต้องแสดงความเสียใจขอโทษใน สิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้น้องๆ ที่มาช่วยงานไม่ต้องตกใจ ผู้บังคับบัญชาแต่ละคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้สั่งการลงไป

พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวต่อว่า หากถามว่าน้อยใจไหมที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์คงไม่น้อยใจ แต่ถามว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไหม ขอตอบว่าเสียใจ เพราะว่าเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น และจริงๆ เราควรจะไปทำกับคนอื่นที่เป็นศัตรูของประเทศชาติมากกว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร รอผลการตรวจสอบ ผลการพิสูจน์ดีกว่า

“กำลังใจขณะนี้ในส่วนตัวยังปกติ เป็นคนละส่วนกับหน้าที่ หน้าที่คือหน้าที่ ความรู้สึกคือความรู้สึก ต้องแยกแยะออกจากัน หน้าที่มีอย่างไรเราต้องปฏิบัติตรงนั้น แต่ความรู้สึกโกรธ เกลียด รัก ชอบ ถ้าเราสวมเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่เราต้องแยกให้ออก เหมือนกับเรารักญาติมิตร แต่ญาติมิตรเราไปทำผิดกฎหมาย เราก็ต้องบังคับใช้กฎหมายไปตามนั้น เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่อย่างนั้นกระบวนการยุติธรรมที่เริ่มต้นจากตำรวจ เกิดอาการเป๋เสียแล้วก็คงลำบาก โดยเฉพาะจะเกิดอาการเป๋เพราะใจเราไม่ได้” พล.ต.ท.สุชาติกล่าว

พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่าจะบริการประชาชนไม่ว่าสาขาอาชีพใดเท่าเทียมกันหมด มีคนยังพูดทำนองว่าถ้าตำรวจเสียกำลังใจแล้วไม่ทำหน้าที่อะไรจะเกิดขึ้น ตนบอกว่าถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่ควรเป็นตำรวจ ตำรวจต้องทำจนกระทั่งสุดความสามารถ

พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวยังฝากบอกไปกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า เสียใจ เสียใจจริงๆ เพราะว่าการสูญเสียเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้ขณะนี้คน 108 ปี อย่างปู่เย็น เฒ่าทระนง เป็นคนเพชรฯ ด้วยกัน แม้ไม่ใช่ครอบครัวตนก็ยังเสียใจต่อการจากไปของปู่เย็น และคนอื่นยังอยู่ในวัยที่ไม่ใช่วัยอันควรที่จะจากไป ซึ่งตนรู้สึกเสียใจจริงๆ

พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวถึงการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมว่า ถ้าผลออกมาอย่างไรเราต้องยอมรับตามนั้น คณะกรรมการฯ ถือว่าเป็นคนกลาง เป็นคนที่มีความยุติธรรมทุกอย่างดีแล้ว เราจะไปปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมคงไม่ได้ เมื่อเขาตั้งคนกลางมีความรู้ที่สังคมยอมรับทั้งนั้น ผลออกมาอย่างไรต้องยอมรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้นำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาด เจ็บพร้อมไปรษณียบัตรให้กำลังใจที่ได้รับมอบมาจากกลุ่มที่มาให้กำลังใจที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติรวบรวมมา ติดไว้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติด้วย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

สรุปผลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ถวายรายงาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ


รพ.วชิระฯ สรุปผลการรักษาผู้บาดเจ็บเบื้องต้นจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม 169 ราย ทูลเกล้าฯ ถวายรายงานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านกองงานราชเลขาฯ ล่าสุด มีผู้รักษาตัวอีก 11 ราย อยู่ห้องไอซียู 4 ราย “ธัญญา กุลแก้ว” อาการหนักสุดขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว

นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า ในวันนี้ (13 ต.ค.) จะทูลเกล้าฯ ถวายรายงานเบื้องต้นผลการรักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่ เข้ารักษาใน รพ.วชิรพยาบาล ผ่านไปทางกองงานราชเลขาธิการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงมีความห่วงใยพสกนิกรไทยทุกคน ส่วนฉบับสมบูรณ์นั้น คงต้องใช้เวลา

ทั้ง นี้ รพ.วชิรพยาบาล มีผู้บาดเจ็บเข้ารักษาทั้งหมด 169 ราย ประกอบด้วย วันที่ 7 ต.ค.ภาคเช้า 63 ราย ภาคบ่าย 101 ราย และวันรุ่งขึ้น (8 ต.ค.) 5 ราย

นพ.ชัยวัน กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม จนถึงวันนี้ รพ.วชิรพยาบาล ยังมีผู้รักษาอยู่ 11 ราย ในจำนวนนี้ 4 ราย พักอยู่ในห้องไอซียู 4 ราย อาการหนักที่สุดยังเป็นนายธัญญา กุลแก้ว ขาขาด ยังไม่รู้สึกตัว แต่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น หรือการติดเชื้อ สำหรับ ส.ต.อ.จักรา ขันธชัย อาการทั่วไปปกติ หายใจทางคอที่เจาะไว้ ไม่มีภาวะการติดเชื้อ ส่วน น.ส.นาฏยา ธิญา อยู่ในห้องเบิร์นยูนิต เพราะมีบาดแผลลึก ต้องป้องกันการติดเชื้อ สภาพทั่วไปอาการดีขึ้น รู้สึกตัว พูดจากสื่อสารได้ และนายประภาส ศรีสุพัฒนกุล เดิมรักษาอยู่ในห้องทั่วไป แต่เพิ่งถูกย้ายเข้าไปห้องไอซียู เพราะมีไข้สูง จากภาวะการติดเชื้อ ซึ่งเกิดจากบาดแผลที่ฉีกขาดบริเวณเท้าข้างขวา ส่วนรายอื่นๆ ที่เหลือนั้น อาการดีขึ้นเป็นลำดับ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเป็นรายๆ ไป ส่วนนายปิตินนท์ แก่นสาร นักข่าว จส.100 เดิมรักษาอยู่ในห้องไอซียู ขอย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพราะมีสัญญาระหว่างบริษัทกับโรงพยาบาล

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Sunday, October 12, 2008

กลุ่มพันธมิตรฟ้องเรียกค่าเสียหายพันล้าน


เวลา 15.00 น. วานนี้ (12 ต.ค.) ที่หลังเวทีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ฝ่ายกฎหมายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มาตั้งโต๊ะให้ญาติผู้เสียหาย และบาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. นำหลักฐาน อาทิ สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และใบรับรองแพทย์ มาทำประวัติเพื่อเตรียมฟ้องร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 1 พันล้านบาท โดยจะฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญา หรือหากผู้เสียหายหรือบาดเจ็บมีภาพจากสื่อต่างๆ ก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องได้ นับว่าเป็นครั้งแรกในการจัดทำแฟ้มประวัติ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ชุมนุมจนมีผู้เสีย ชีวิตและบาดเจ็บ โดยในขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าให้รายละเอียดกว่า 200 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ฝ่ายกฎหมายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะประสานงานกับผู้บาดเจ็บ เพื่อเตรียมการฟ้องร้องต่อไป
ที่มา ไทยรัฐ

นายกฯออกทีวีรวมการเฉพาะกิจ อ้อนพันธมิตรขอทำเนียบรัฐบาลคืน


นายกฯ ออกทีวีรวมการเฉพาะกิจ อ้อนพันธมิตรขอทำเนียบรัฐบาลคืน อ้างใช้จัดงานสันนิบาต-พระราชพิธี ตั้งอดีตรองประธานศาลฎีกาสอบเหตุสลายม็อบ "ชวรัตน์"คุมเยียวยา ผบ.ตร.ตั้งคณะทำงานหาข้อเท็จจริง ดึงรองอธิการบดีจุฬาฯเป็นหัวหน้า ให้รายงานผลเบื้องต้นใน 7 วัน "เฉลิม"ยันนายกฯไม่ลาออก-ยุบสภา ชี้การรับผิดชอบต้องมีขั้นตอน ปชป.ซัดผู้นำสองหน้า-เพชฌฆาตมั่วนิ่ม

@ ตร.ตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง

พล. ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เจ้าหน้า ที่ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมรัฐสภา เพื่อกดดันไม่ให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยมี นพ.เจษฎา แสงสุพรรณ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน้าคณะทำงาน และให้สรุปเบื้องต้นภายใน 7 วัน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม มีรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 690/ 2551 ลงวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ตั้ง นพ.เจษฎาเป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ ส.ว.สรรหา พล.ต.อ. สมชาย มิลินทางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) เป็นรองหัวหน้า พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พล.ท. คำนวณ เธียรประมุข เจ้ากรมสรรพาวุธ ทหารบก นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายพนา ทองมีอาคม คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พล.ต.ท.นพ.เลี้ยง หุยประเสริฐ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ณรงค์ กุลนิเทศ อดีตผู้บังคับการตำรวจวิทยาการ ภาค 2 พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยา ศาสตร์ตำรวจ และ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นคณะทำงาน พล.ต.ต.บุญส่ง จีระเรือง รัตนา ผู้บังคับการกองนิติการ เป็นเลขานุการ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย พ.ต.อ.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ ผู้กำกับการวิทยาการเขต 11 กองวิทยาการ 1 สำนักงานนิติ วิทยาศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

@ ให้รายงานผลสรุปภายใน7วัน

ทั้ง นี้ คำสั่งระบุว่า ให้คณะทำงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน ทั้งจากภายในและภายนอก เกี่ยวกับการปฏิบัติในการควบคุมฝูงชน ในห้วงตั้งแต่วันที่ 6-7 ตุลาคมที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และแผนปฏิบัติการ ที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร และเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด โดยสามารถสั่งการทุกหน่วยในสังกัด ตร. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน หรือบุคคลภายนอกมาให้ถ้อยคำ ข้อมูลข่าวสาร หรือจัดส่งเอกสาร พยานหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ สามารถแต่งตั้งคณะทำ งานย่อยได้

"อย่างไรก็ตาม ให้คณะทำงานให้ความสำคัญ และเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และรายงานผลการดำเนินการเบื้องต้นให้ทราบภายใน 7 วัน" คำสั่งระบุ

@ "สมชาย"ให้ตร.ทำตามศาลสั่ง

นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่หน้าบ้านพักหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะจัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงว่าไม่เกี่ยว เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องนั้น และได้พูดไปแล้วว่าไม่สนับสนุนให้ มีการวิวาทหรือปะทะกัน โดยจะไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ ทราบแล้ว และแจ้งให้ตำรวจปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เคร่งครัด

"ผมคิดว่าแต่ละคน มีจิตสำนึกว่าเราก็ประสบปัญหาเยอะ ต่อไปก็ยังมีปัญหาเศรษฐกิจอีก อะไรอีก เรื่องปากท้องชาวบ้านเรื่องความยากจน และก็เคยพูดว่าที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นก็ไม่ประสงค์ที่จะมาทำงานการ เมือง ไม่ใช่ว่ามาเล่นการเมือง หรือเอาแต่การเมือง เพราะมันทำให้เสียเวลา อยากจะใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากแถลงนโยบายแล้วไป แก้ปัญหาความยากจน ไปดูแลคนที่ลำบาก" นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำ นปช.ส่วนหนึ่งเป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) จะมีการห้ามปรามหรือไม่ ปรากฏว่านายสมชายไม่ตอบ คำถาม และหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปทันที

@ ตั้งรองปธ.ศาลฎีกาสอบสลายม็อบ

นาย สมชายให้สัมภาษณ์ภายหลังออกโทร ทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อเวลา 20.30 น. ว่า ขณะนี้รายชื่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นที่ชัดเจนแล้วคือ นาย ปรีชา พาณิชย์วงศ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา และอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งใน วันที่ 13 ตุลาคม รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดจะเรียบร้อยและจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งนายปรีชานั้น รัฐบาล ไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องไปทาบทาม แต่มีผู้ใหญ่คนหนึ่งเป็นผู้ทาบทามให้ และนายปรีชาก็ เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องอะไรกับการเมืองเลย น่าจะได้รับความเชื่อถือ นอก จากนี้ นายปรีชาจะเป็นผู้เลือกคณะกรรมการการเองทั้งหมด รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้อง ส่วนคณะกรรมการชุดเยียวยานั้นจะมอบหมายให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกฯ เป็น ประธาน และจะมีตัวแทนกระทรวงต่างๆ มาเป็นกรรมการ

แหล่งข่าวจาก แกนนำ พปช.ที่ใกล้ชิดนายสมชายเปิดเผยว่า นายสมชายได้ทาบทามผู้ ที่เหมาะสมมารับตำแหน่งประธานคณะกรรม การสอบสวนข้อเท็จจริงของรัฐบาลแล้ว โดยเป็นอดีตผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งที่ผ่านมามัก ไม่ปรากฏชื่อเป็นข่าวต่อสื่อมวลชน โดยภาย ในสัปดาห์หน้านายสมชายจะเป็นผู้เปิดเผยรายชื่อด้วยตัวเอง

@ "เฉลิม"ยันไม่"ยุบสภา-ลาออก"

ร. ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ช่วยหาเสียงให้นายแสวง ฤกษ์จรัล ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 11 พปช. ที่ซอยไชยฉิมพลี เขตภาษีเจริญว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ยุบสภาหรือลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถึงยุบสภาหรือลาออกไป ก็เป็นไปได้ว่า พปช.อาจกลับมาเป็นรัฐบาลอีก แล้วพรรคประชาธิปัตย์รวมถึงฝ่ายต่อต้านก็จะไม่ยอม ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือการตั้งกรรมการขึ้นมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ขอยืนยันในฐานะนายตำรวจเก่าว่า ไม่มีตำรวจคนไหนคิดร้ายต่อประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากความผิดพลาด บกพร่อง หรืออื่นๆ ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบ ความจริงจึงจะปรากฏ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุดังกล่าวเพียงพอแล้วหรือยัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รัฐบาลก็กำลังพิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา 2 ชุด หากผลการ สืบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าใครทำผิด ค่อย มาดูใจว่ารัฐบาลรับผิดชอบหรือไม่ มันต้อง ทำเป็นขั้นเป็นตอน ที่ผ่านมามีแต่การคาดการณ์ ยังไม่มีคนรู้ข้อเท็จจริง

@ ปัดสั่งสลายม็อบพันธมิตร

ส่วน กระแสข่าวที่อดีตนายตำรวจเก่าในรัฐบาลเป็นคนสั่งการให้สลายการชุมนุมนั้น ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่า ไม่น่าจะหมายถึงตน เพราะอยู่กระทรวงสาธารณสุข แต่ยืนยันว่า ได้เสนอให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาสถานการณ์ใน ที่ประชุม ครม.จริง ทั้งนี้ เห็นว่าใน ครม.มี คนเก่งกว่าตนมากมาย มีอดีตอธิบดีกรมตำรวจถึง 2 คน คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาห กรรม และพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงหมาดไทย ส่วน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีประสบการณ์สูง ยืนยันว่าเรื่องนั้นตนไม่เกี่ยว ข้อง เพราะขณะนี้เป็นแค่หมอเหลิม

"ส่วนที่กองทัพออกมาถามหาความรับผิดชอบ จากรัฐบาล ผมแค่คิดว่า อะไรก็ตาม ต้องเอาคนกลางมาพิสูจน์ และไม่ขอวิจารณ์ว่า ผบ.เหล่าทัพกำลังบีบให้นายกฯลาออกหรือไม่ ส่วนที่ พล.อ.ชวลิตออกมาเรียกร้อง ให้ พล.อ.อนุพงษ์ปฏิวัติ ก็ไม่รู้ว่าแกคิดอะไร เพราะยังไม่ได้คุยกัน" ร.ต.อ. เฉลิมกล่าว

@ ปชป.ซัดนายกฯตีสองหน้า

นพ. บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ว่า พฤติกรรมที่ผ่านมาของนายกรัฐมนตรี ได้ทำให้บ้านเมืองอยู่ในจุดเสี่ยงต่อความรุนแรง และเสี่ยงต่อการสะดุดลงของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขอีกครั้ง สภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะนายสมชายปฏิเสธการแสดงความรับผิดชอบต่อการ ใช้ความรุนแรงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยจนถึงบัดนี้ ยังไม่เคยได้ยินคำว่าเสียใจหรือขอโทษจากปากของนายกรัฐมนตรี

"นอกจาก ไม่ขอโทษแล้ว ก็ใช้ยุทธศาสตร์ตีสองหน้า คือ ออกข่าวว่า ไม่อยากให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) แต่ไม่ห้ามนายณัฐวุฒิไปร่วมงานความจริง วันนี้ ซึ่งมี ส.ส.พลังประชาชน และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยร่วมเวทีด้วย" นพ.บุรณัชย์กล่าว และว่า ที่นายกฯ พูดว่า หากเรื่องจบ มีการตั้ง ส.ส.ร.3 ยินดี จะยุบสภานั้น น่าจะเป็นแค่การถ่วงเวลาซื้อเวลาต่อไป

@ ตั้งฉายา"เพชฌฆาตมั่วนิ่ม"

ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯต้อง แสดงความรับผิดชอบที่ใช้ความรุนแรงใน การสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดย 1.แสดงความรับผิดชอบต่อผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บ 2.แสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล และ 3.แสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตการเมืองในระบบประชาธิปไตย ที่ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เปลี่ยน ท่าทีจากที่เคยปฏิเสธมาตลอดว่า จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอย่างเด็ดขาด แต่ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์กลับระบุว่า ไม่มั่นใจว่าจะไม่รัฐประหาร

"นายกฯต้อง ตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ ก่อนที่วิกฤตจะบานปลายออกไป ขอให้นายกฯเร่งยุติวิกฤตทั้ง 3 ด้านของประเทศไทย ก่อนที่จะทำลายตัวนายกฯเอง และพวกเราทุกคน จนยากแก่การเยียวยาแก้ไขได้" นายองอาจกล่าว และว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ พฤติกรรมของนายกฯถือเป็นพฤติกรรมเพชฌฆาตมั่วนิ่ม เพราะเป็นส่วนสำคัญให้เกิดการทำร้ายประชาชน แต่กลับหาทางมั่วนิ่ม ตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อหวังจะมาช่วยบรรเทาปัญหาได้ รวมทั้งปล่อยลิ่วล้อโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม การกระทำทั้งหมดของนายกฯจึงถือตรงข้ามกับสิ่งที่สร้างภาพ ไว้ว่าเป็นคนนุ่มนวล

@ ป.ป.ช.เล็งสอบนายกฯสั่งลุยม็อบ

นาย วิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การประชุมวันที่ 14 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะรายงานกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช.ไต่สวนนายกรัฐมนตรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายคน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีใช้กำลัง เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วยวิธีรุนแรง ให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้รับทราบ ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวมีรายละเอียดเพียงพอ ก็อาจจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ทันที ซึ่ง ป.ป.ช.จะเร่งไต่สวนคดีนี้โดยเร็วเนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางเมือง

"หากมีการตั้งอนุกรรมการ ไต่สวนจริง ก็ต้องเรียกข้อมูลและมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีการหารือกันในวันที่ 6 ตุลาคมมา พิจารณาด้วย เพื่อดูว่านายกฯมีการสั่งการอย่างไร ก่อนที่จะเกิดการสลายม็อบในวันรุ่งขึ้น" นายวิชากล่าว

@ "สมชาย"ออกทีวีขอทำเนียบคืน อ้างเจ้าภาพประชุมผู้นำอาเซียน

นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกรายการสดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจประเทศไทย เพื่อชี้แจงสถานการณ์บ้านเมือง เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม ใช้เวลา 11 นาที ว่า บ้านเมืองของเราทุกวันนี้มีความขัดแย้งทางความคิดกันมากมาย ความขัดแย้งทางความคิดสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ทุกวันนี้มีการประท้วงชุมนุมกันมาก บางครั้งเกินกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ ผมคิดว่าในการทำการแต่ละอย่างไม่ว่าการประท้วง ชุมนุมต่างๆ ก็ตาม อยากจะขอความกรุณาว่า ให้อยู่ในขอบกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อจะไม่ละเมิดสิทธิของประชาชนคนอื่น รัฐบาลอยากกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งของพี่ น้องประชาชน รัฐบาลจำเป็นจะต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน รับผิดชอบต่อรัฐสภา รัฐบาลยึดมั่นในการปกครองระบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดหลักกฎหมายในการอยู่ร่วมกัน

เหตุการณ์ที่ผ่านมา 2-3 วันที่แล้ว ผมเองมีความเสียใจ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เพื่อให้เกิคดวามชัดเจนในประชาชนพี่น้องร่วมชาติของ เรา ผมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรก คือ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ในเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อให้ความกระจ่างชัด สามารถนำเรื่องราวต่างๆ มารายงานต่อประชาชน ได้ทราบชัดเจนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนัก จะสามารถรายงานข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชนได้ ส่วนชุดสองคณะกรรมการเยียวยาความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเกิดขึ้นต่อบุคคลใด หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม หรือจะเกิดขึ้นจากทรัพย์สินใดๆ ก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้จะดูในภาพรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ แม้จะเกิดก่อนวันที่ 7 ตุลาคม ก็ตาม เมื่อได้ผลอย่างไรแล้วก็ให้ดำเนินการไปเยียวยา เพื่อให้ได้เกิดลักลั่นซึ่งกันและกัน

ประชาชนที่เคารพ เวลานี้เรามีปัญหามากมาย ไม่ใช่เฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางความคิด ไม่เฉพาะปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นมากมายในขณะนี้ แต่เรามีปัญหาที่น่ากลัวกว่านั้น กำลังจะเกิดขึ้น โดยปี พ.ศ.2540 เราเผชิญภัยทางเศรษฐกิจมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้มีทีท่าว่าจะเกิดปัญหาในระบบเศรษฐกิจโลก แม้เหตุการณ์จะเกิดที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือยุโรป แต่เหตุเหล่านั้นที่เรียกว่า วิกฤตสถาบันการทางการเงินของโลก ก็ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาและการขาดความเชื่อมั่นอย่างยิ่งใหญ่

ผมคิด ว่าเอเชียของเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะเอเชียถือเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่และสำคัญของโลก เป็นตลาดสำคัญของสินค้าของไทย มีผู้คนที่อยู่ในเอเชียและมาลงทุนในบ้านก็มีมาก จะมีผลกระทบต่อตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดสินค้า และการท่องเที่ยวการบริการ การส่งออก แม้แต่ตลาดหลักทรัพย์ การลงทุน ธุรกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งสินค้าการเกษตร จะถูกกระทบไปหมด เรามีความจำเป็นต้องมาเตรียมการ รองรับสถานการณ์ช่วงนี้ให้ดี ถ้าหากไม่เตรียมการเสียแต่เนิ่นๆ จะกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ จะเกิดผลเสียหายและฐานะเศรษฐกิจของประเทศเรา

นอกจากนี้ผมคิดว่า เรายังมีงานสำคัญคือพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งงานนี้รัฐบาลได้เตรียมการค่อนข้างนานแล้ว ดำเนินการสร้างพระเมรุ ซ่อมราชรถ และราชยานต่างๆ ซึ่งขณะนี้ราชรถ และราชยานเสร็จ 100% ส่วนพระเมรุ แล้วเสร็จไปกว่า 90% คิดว่า เรามีความจำเป็นต้องที่ร่วมมือไม้ร่วมมือในการถวายความจงรักภักดีในครั้งนี้ อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้สมพระเกียรติอย่างที่สุด ต่อจากนั้นก็จะเป็นงานเฉลิมพระชนมพรรษาที่เรารอคอยกันมาทุกปี เพื่อจะได้ถวายพระพรและถวายความจงรักภักดี การประชุมผู้นำระดับอาเซียนที่จะเกิดขึ้นกลางเดือนธันวาคม และปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพ เพราะเป็นประธานของอาเซียน

เพราะฉะนั้นการจัดงานครั้งนี้ จึงถือเป็นศักดิ์ศรีและเกียรติยศของไทยที่จะต้องอวด

ผม ไม่อยากให้เราขัดแย้งกัน เพราะเป็นสิ่งสำคัญต้องแสดงออกต่อชาวโลกว่าเรามีความพร้อม มีความสามัคคี มีศักยภาพพร้อมที่จะต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองได้อย่างดีที่สุด เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้

เพราะ ฉะนั้นการจะให้บ้านเมืองมีความสง่าสวยงาม อยากให้ท่านผู้ชุมนุมคืนพื้นที่และคืนทำเนียบที่จะใช้จัดงานสันนิบาต ให้สวยงาม อยากกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ เป็นผลสำคัญ ที่จะเชิดชูเกียรติยศชื่อเสียงของเรา

ผม อยากจะขอเรียนว่าปัจจุบันนี้มีข่าวลือต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งบางอย่างไม่ได้เป็นความจริง ผมจึงอยากขอร้องพี่น้องประชาชนการรับฟังข้อมูลบางอย่างโปรดใช้วิจารณญาณให้ ดีมีเหตุผลในการรับฟัง เพื่อให้พวกเราต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ซึ่งกระพือข่าว

ผม อยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนปัจจุบันนี้มีหลายฝ่ายพยายามเรียกร้องว่า รัฐบาลควรจะยุบสภา หรือนายกฯควรจะต้องลาออกจากตำแหน่ง ขอกราบเรียนว่า ผมไม่ได้ติดยึดต่อตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้น หากการทำเช่นนั้นสามารถแก้ปัญหาได้จริง แต่การทำเช่นนั้นสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งอาจกระทบต่อภารกิจที่เราต้องร่วมทำหลายอย่าง ผมคิดว่าควรจะให้เห็นทางออกที่ชัดเจนเสียก่อน ผมสามารถที่จะตัดสินใจได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจเราเลย การที่รัฐบาลจะสนับสนุนให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ และมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส.ร. 3 อย่างนี้ เป็นแนวทางที่ต้องปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับ ผมคิดว่า ถ้าประชาชนทุกท่าน ทุกฝ่าย ทุกคนพร้อมใจกัน ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ผมพร้อมจะอำลาไป ไม่มีปัญหา แต่อยากจะเรียนว่าเราต้องหาทางออกให้เจอ และนำไปสู่ความสงบสุขที่เราจะอยู่ร่วมกันได้ ในยามนี้เราต้องหันหน้าเข้าหากันมาแก้ปัญหาและพร้อมที่จะปรองดอง เพื่อให้เกิดความสงบสุข เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้ร่มพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว

นายสมชาย ให้สัมภาษณ์ภายหลังออกรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงกรณีที่จะเจรจากับพันธมิตรเพื่อให้ออกจากทำเนียบฯว่า ทำเนียบฯยังต้องจัดงานสำคัญหลายอย่าง เรากำลังช่วยกันคิดอยู่ว่า จะให้กลุ่มพันธมิตรคืนทำเนียบอย่างไร หรืออาจจะต้องขอให้หยุดความขัดแย้งไว้ระยะหนึ่ง เสร็จสิ้นงานแล้วค่อยกลับมาขัดแย้งกันใหม่ก็ยังดีกว่า หวังว่าหลังจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้น เพราะรัฐบาลมีหลายงานที่จะต้องดำเนินการ สำหรับผู้ใหญ่ที่จะมาเป็นตัวแทนเจรจากับพันธมิตรนั้น รัฐบาลกำลังหาอยู่ แต่ด้วยความขัดแย้งที่มีทำให้บุคคลต่าง ๆ กังวล ทั้งที่อยากจะมาช่วย หากจะให้ผมไปเจรจาเองก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องพูดกันด้วยเหตุผลและเข้าใจ
ที่มา มติชน

หมอพรทิพย์ เผยแผลตามร่างกาย น้องโบว์ เป็นแก๊สน้ำตาจากจีนมีสาร RDX


วันนี้ (13 ต.ค.) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า จากการตรวจสอบยิงแก๊สน้ำตาเมื่อวานนี้(12 ต.ค.) พบสาร RDX ซึ่งเป็นสารร้ายแรงประกอบระเบิด จากการทดลองพบว่าแก๊สน้ำตาชนิดยิงและขว้างจากประเทศจีนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้สลายการชุมนุมเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาที่บริเวณรัฐสภา พบมีสารRDX ฟุ้งกระจาย ซึ่งขณะนี้พบต้นตอของสารRDX แล้ว ซึ่งสารRDX ไม่มีในแก๊สน้ำตาของอเมริกา และของสเปน

นอกจากนี้ตนได้นำชิ้นส่วนของปลอกกระสุนแก๊สน้ำตาที่พันธมิตรฯนำมาให้ แล้ว พบว่าเป็นชนิดเดียวกับของจีน ซึ่งเป็นชนิที่มีการยิงแก๊สน้ำตามากที่สุดในวันที่ 7 ต.ค. อย่างไรก็ตามวงกระแทกของแผลที่เกิดจากสารRDX จะมีลักษณะเฉพาะเป็นวงกลม ซึ่งเมื่อเปรียบกับแผลของน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวงศ์ (น้องโบว์) ก็พบว่าตัวลูกยิงแก๊สน้ำตาจากจีนกับแผลใกล้เคียงกัน ขนาดเท่ากัน

"ตนได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับคณะกรรมการสิทธิฯแล้ว แต่เปิดเผยให้สื่อทราบยังไม่ได้ ซึ่งข้อมูลการใช้แก๊ส พบว่าผู้ใช้ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อแก๊สน้ำตาจากจีน แต่มีผู้จัดหามาให้ ซึ่งไม่รู้ก่อนนำมาใช้ได้ทดลองก่อนหรือเปล่า ตนเชื่อว่าผู้นำมาใช้ไม่รู้ว่าถืออะไรอยู่ในมือ และตำรวจได้บอกตนว่าขณะนี้ไม่มีแก๊สน้ำตาชนิดที่เคยสั่งซื้อเมื่อปี 2538 อยู่ในคลังเก็บอาวุธแล้ว เพราะมีการเบิกไปใช้หมดแล้วแต่ละหน่วยก็ไม่มีเก็บแก๊สน้ำตาจากจีนไว้" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว

ทางด้าน นายสุรศรี โกศลนาวิน ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า การทดลองยิงแก๊สน้ำตามีความรุนแรงทั้งหมดชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมา 6 วันก็สรุปเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตามจะเชิญผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ข้อมูลก่อนสรุปข้อมูลนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ต่อไป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

หมอพรทิพย์ แจงแก๊สน้ำตาจากจีนมีสารระเบิด


(13ต.ค.) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า เท่าที่แพทย์ชันสูตรพบว่าบาดแผลฉีกขาดรุนแรง แต่ไม่มีสะเก็ดระเบิด แต่มีสารระเบิดคือ อาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งปกติในแกสน้ำตาไม่มีสารระเบิด นอกจากนี้ยังไปเก็บข้อมูลทั้งของพันธมิตรฯ เท่าที่ได้ข้อมูล ทราบว่าทางทหารมีแก๊สเฉพาะของอเมริกันเท่านั้น ส่วนของตำรวจมีแกสน้ำตา 6 ชนิด กระสุนยิง 4 ลูกขว้าง 2 ส่วนมากเป็นของจีน วานทดลอง กระสุนบางตัวมีสารระเบิดติดมาด้วย
ที่มากคือลูกของจีนทั้งชนิดลูกยิง และลูกขว้าง เป็นสารระเบิด อาร์ดีเอ็กซ์ ในการจุดชนวน ชนิดเดียวกับที่พบในเกิดเหตุ ส่วนประเด็นระเบิดยังไม่ตัด เพราะพันธมิตรฯยังมีการพบระเบิดชนิดทำเอง แต่หน้าที่ของเราคือ เราทำภารกิจนี้จบแล้ว และจะเอาสิ่งที่ทดสอบนี้เข้าห้องวิทยาศาสตร์ต่อไป ส่วนที่เหลือจะเป้นหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิฯในการที่จะเป็นคนสรุปต่อไป
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับคนที่ออกมาพูดให้ร้ายตนนั้น อยากให้ยุติการดิสเครดิตเสียที ใครทำอะไรก็รับกรรมเขาเอง อยากเตือนสติคนไทยที่ออกมาพูดนั้น ที่ว่าตำรวจยิงเข้าไปในระดับคน ตนก็อยากตั้งข้อสังเกตุว่า คนที่ยิงเขารู้หรือไม่ว่าเขาใช้สิ่งไม่ดี แต่จะมีใครไปสาวหรือไม่ว่าใครเป็นคนสั่งซื้อมา ซึ่งแกสน้ำตาที่มีสารระเบิด ประเทศอื่นเขาไม่ใช้ เพราะถือเป็นอาวุธ ไม่ใช่เครื่องมือสลายม็อบ

ที่มา คมชัดลึก