กัมพูชาอ้างว่าไทยยอมถอนทหาร ตามคำขู่ของสมเด็จ ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชาแล้ว ด้าน“สมพงษ์” โยนเป็นเรื่องนายกฯ 2 ประเทศที่ต้องคุยกัน
(14ต. ค.) พลจัตวา ยิม พิน ของกัมพูชา เปิดเผยว่าไทยยอมถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเที่ยงตรงวันนี้ ซึ่งเป็นเส้นตายที่นายกรัฐมนตรีฮุนเซนขีดไว้แล้ว โดยถอยออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งช่วยให้สถานการณ์ลดความตึงเครียดลง
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้เตือนว่า หากไทยไม่รีบถอนกำลังทหารออกจากบริเวณพรมแดนที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่โดยด่วน ทหารไทยจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงศัตรู และจะไม่ได้รับความปราณีใดๆจากทหารกัมพูชา พร้อมย้ำว่า กัมพูชาพร้อมแล้วที่จะเปิดฉากทำสงครามเต็มรูปแบบกับไทย
เจ้าหน้าที่กองทัพกัมพูชา ยืนยันในวันนี้ว่า ทหารไทยได้ถอนออกจากบริเวณพิพาทชายแดนระหว่างสองชาติแล้ว ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังการยื่นคำขาดของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา พลเอกเนียง พัท เลขาธิการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยต่อสำนักข่าว AFP ว่า ทหารไทยได้เริ่มถอนออกไปเมื่อเวลา 04.00 น. ตามเวลามาตรฐาน หรือราว 11.00 น. ตามเวลาในไทย แต่ทางฝ่ายไทยยังไม่ยืนยันราย งานข่าวเรื่องนี้
ด้านพลจัตวา ยิม พิม ที่ประจำการอยู่ที่บริเวณชายแดนที่เป็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาได้ให้ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทหารไทยได้ถอนออก และกลับไปยังที่มั่นที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรแล้ว ไม่มีการเผชิญหน้ากันอีกต่อไป สถานการณ์ได้ผ่อนคลายลง แต่ทางกัมพูชายังอยู่ในช่วงการเตรียมพร้อมอย่างสูง
นายฮุน เซน ได้กำหนดเส้นตายไว้ที่เที่ยงวันของวันนี้ ให้ไทยถอนทหารประมาณ 80 นาย ออกไปจากบริเวณที่เขาอ้างว่า รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ขัดแย้งใกล้ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเมื่อวันจันทร์ เขาได้ให้ความเห็นแบบเดียวกันนี้ หลังการเจรจาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาที่กรุงพนมเปญ ที่สิ้นสุดโดยไม่สามารถคลี่คลายปัญหาการเผชิญหน้ากันมานาน 3 เดือนได้
ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา ได้ประทุขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคา หลังจากมีการเสนอชื่อปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก สร้างความไม่พอใจใหักับคนไทย ที่ยังคงอ้างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนหนึ่งของปราสาทแห่งนี้ ความตึงเครียดได้บานปลาย กลายเป็นการเผชิญหน้ากันทางทหาร ระหว่างทหารไทยและกัมพูชา 1 พันนาย มานาน 6 สัปดาห์ แม้สองฝ่ายจะตกลงกันเมื่อเดือนสิงหาคม ที่จะลดจำนวนทหารลงก็ตาม
ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.ถึงกรณีนายฮุนเซน นายกรัฐ มนตรีกัมพูชาขีดเส้นตายให้ถอนทหารออกจากแนวชายแดนในเวลา 12.00 น. ว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศจะต้องพูดคุยกัน
เมื่อถามว่าท่าทีที่แข็งกร้าวของทางกัมพูชาจะทำให้การพูดคุยที่เกิด ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเป็นไปได้หรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า เราต้องเข้าใจ เขาก็มีอารมณ์ เราก็อย่าอ่อนไปตามอารมณ์ แต่ต้องค่อยๆคุย ซึ่งเท่าที่ตนได้ไปพูดคุยกันก็ดี บรรยากาศเป็นไปอย่างอารมณ์ดี หัวเราะกัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีประเทศกัมพูชาขีดเส้นตายให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่เขาพระ วิหาร ว่า ขอให้ทุกฝ่ายยึดและปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมที่ทำไว้ในปี 2543 โดยทั้ง 2 ฝ่ายต้องถอยออกจากพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท ซึ่งเป็นข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ไม่ใช่นโยบายใหม่ โดยรัฐบาลไทยต้องใช้วิธีเจรจาให้ถึงที่สุด เพื่อยืนยันว่ามีข้อตกลงเดิมอยู่และให้ทั้ง 2 ฝ่ายยึดตามข้อตกลงนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชาโต้แย้งกับฝ่ายไทยเพราะมองว่าขณะนี้ สถานการณ์การเมืองในไทยไม่มีเสถียรภาพ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของฝ่ายกัมพูชา แต่ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร คนไทยก็มีเจตนารมณ์ตรงกันคือต้องการรักษาสิทธิ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องทำงานอย่างเต็มที่ พยายามรักษาไม่ให้สถานการณ์นำไปสู่ความรุนแรง โดยต้องถอนกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย
ที่มา คมชัดลึก
Showing posts with label ปราสาทตาเมือนธม. Show all posts
Showing posts with label ปราสาทตาเมือนธม. Show all posts
Monday, October 13, 2008
ฮุนเซนขู่ไทยไม่ถอยมีเรื่องแน่
เจรจาไทย-เขมรรอบ3 เหลวอีก แถมจุดชนวนเดือด ฮุน เซน ขีดเส้นตายให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทภายใน 24 ชั่วโมง ไม่งั้นเปิดฉากสู้แน่ ฮอ นัมฮง ย้ำกระสุนแค่นัดเดียวก็เปิดศึกได้
นายก รัฐมนตรีฮุนเซน แห่งกัมพูชา ประกาศกร้าวหลังจากที่ได้พบกับคณะตัวแทนเจรจา เรื่องข้อพิพาทพรมแดนกับไทย นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม โดยระบุว่าทหารไทยจะต้อง ถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาท และเลิกรุกล้ำชายแดนกัมพูชา ไม่เช่นนั้นก็จะลุก ขึ้นสู้
นายฮุนเซน กล่าวหลังเข้าหารือกับนายสมพงษ์เป็นช่วง สั้นๆ ว่า สถานการณ์บริเวณพื้นที่พิพาทในขณะนี้กำลังร้อนระอุ ทหารไทยจะต้อง ถอนกำลังออกภายในคืนนี้หรือภายในพรุ่งนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการต่อสู้ขึ้น แน่ และกัมพูชาจะไม่อดทนอีกต่อไป
"หากพวกเขาไม่ถอนทหารภายในคืนนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องถอน เราพยายามจะอด ทน แต่ผมบอกกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทยไปแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ การรบที่มีชีวิตและความตาย" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวพร้อมเสริมว่า ทหารไทย จำนวน 84 นาย ได้ตั้งฐานบนดินแดนกัมพูชาห่างจากทหารกัมพูชาราว 30 เมตร ขณะ ที่นายสมพงษ์ไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ หลังเสร็จสิ้นการหารือ มีเพียงโฆษกกองทัพ บกไทยที่ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวว่ามีความพยายามรุกล้ำดินแดน
คำประกาศของนายกรัฐมนตรีกัมพูชามีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ นายฮอ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ออกมาแถลงว่าการเจรจาข้อพิพาทพรมแดน รอบล่าสุดกับไทยประสบความล้มเหลว โดยนายฮอกล่าวว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิด ความขัดแย้งทางอาวุธครั้งใหญ่กับประเทศไทย หลังจากที่การหารือรอบล่าสุดจบลง ด้วยความล้มเหลวท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายที่เพิ่งยิงตอบ โต้จนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นายฮอกล่าวว่าการเจรจาล้มเหลว เนื่องจากรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ไม่สามารถลงนามในข้อตกลงใดๆ ได้ พร้อมเสริมว่า ระหว่างประชุมอยู่นี้ มี รายงานเข้ามาว่าทหารไทยพยายามจะข้ามพรมแดนเข้ามาในกัมพูชาในบริเวณใกล้กับ ปราสาทพระวิหาร
"ผมได้กล่าวกับไทยมาแล้วว่า การส่งทหารไทยมาอยู่บริเวณพรมแดนเป็น จำนวนมากนั้นเป็นเรื่องอันตราย และอาจยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางอาวุธ ครั้งใหญ่ขึ้นมา กระสุนแค่นัดเดียว สามารถนำไปสู่การสู้รบครั้งใหญ่ได้" นาย ฮอกล่าว
ด้านพล.ต.สเรย เดื๊อก ของกัมพูชา ผู้ดูแลกองทัพบริเวณเขาพระวิหารให้ สัมภาษณ์เอเอฟพีผ่านทางโทรศัพท์ว่า ทหารไทยราว 80 คนรุกล้ำเข้าไปยัง กัมพูชา และกำลังเผชิญหน้ากับทหารเขมรอยู่ ขณะที่พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้ บัญชาการกองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ทหารไทยแค่ลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ที่มี การพิพาทอยู่เท่านั้น ทหารไทยมีความรับผิดชอบที่จะดูแลพื้นที่ และจะอยู่ใน จุดที่เคยอยู่มาแล้ว
รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาย้ำต่อว่ารัฐบาลพนมเปญไม่กลัวที่จะต่อสู้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและเอกภาพของประเทศ โดยขอให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาความขัด แย้งพรมแดนทั้งหมดภายในเวลาอันควร โดยตนได้ย้ำกับรัฐบาลไทยครั้งแล้วครั้ง เล่าว่าไม่ควรล่าช้าในเรื่องนี้ และกำลังทหารของไทยจำนวนมากถึง 500 นาย พยายามข้ามพรมแดนใกล้กับบริเวณที่ทหารไทย 2 นายเหยียบกับระเบิดเมื่อต้น เดือนนี้
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างพล.อ.เนียงพัท รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาว่า กำลังทหารของกัมพูชาจำนวนมากขึ้น กำลังมุ่งหน้าไป ยังบริเวณชายแดนเพื่อตรึงกำลังต่อทหารไทยจำนวนราว 500 นาย ซึ่งได้รุกล้ำชาย แดน
ที่มา คมชัดลึก
นายก รัฐมนตรีฮุนเซน แห่งกัมพูชา ประกาศกร้าวหลังจากที่ได้พบกับคณะตัวแทนเจรจา เรื่องข้อพิพาทพรมแดนกับไทย นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม โดยระบุว่าทหารไทยจะต้อง ถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาท และเลิกรุกล้ำชายแดนกัมพูชา ไม่เช่นนั้นก็จะลุก ขึ้นสู้
นายฮุนเซน กล่าวหลังเข้าหารือกับนายสมพงษ์เป็นช่วง สั้นๆ ว่า สถานการณ์บริเวณพื้นที่พิพาทในขณะนี้กำลังร้อนระอุ ทหารไทยจะต้อง ถอนกำลังออกภายในคืนนี้หรือภายในพรุ่งนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการต่อสู้ขึ้น แน่ และกัมพูชาจะไม่อดทนอีกต่อไป
"หากพวกเขาไม่ถอนทหารภายในคืนนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องถอน เราพยายามจะอด ทน แต่ผมบอกกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทยไปแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ การรบที่มีชีวิตและความตาย" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวพร้อมเสริมว่า ทหารไทย จำนวน 84 นาย ได้ตั้งฐานบนดินแดนกัมพูชาห่างจากทหารกัมพูชาราว 30 เมตร ขณะ ที่นายสมพงษ์ไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ หลังเสร็จสิ้นการหารือ มีเพียงโฆษกกองทัพ บกไทยที่ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวว่ามีความพยายามรุกล้ำดินแดน
คำประกาศของนายกรัฐมนตรีกัมพูชามีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ นายฮอ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ออกมาแถลงว่าการเจรจาข้อพิพาทพรมแดน รอบล่าสุดกับไทยประสบความล้มเหลว โดยนายฮอกล่าวว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิด ความขัดแย้งทางอาวุธครั้งใหญ่กับประเทศไทย หลังจากที่การหารือรอบล่าสุดจบลง ด้วยความล้มเหลวท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายที่เพิ่งยิงตอบ โต้จนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นายฮอกล่าวว่าการเจรจาล้มเหลว เนื่องจากรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ไม่สามารถลงนามในข้อตกลงใดๆ ได้ พร้อมเสริมว่า ระหว่างประชุมอยู่นี้ มี รายงานเข้ามาว่าทหารไทยพยายามจะข้ามพรมแดนเข้ามาในกัมพูชาในบริเวณใกล้กับ ปราสาทพระวิหาร
"ผมได้กล่าวกับไทยมาแล้วว่า การส่งทหารไทยมาอยู่บริเวณพรมแดนเป็น จำนวนมากนั้นเป็นเรื่องอันตราย และอาจยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางอาวุธ ครั้งใหญ่ขึ้นมา กระสุนแค่นัดเดียว สามารถนำไปสู่การสู้รบครั้งใหญ่ได้" นาย ฮอกล่าว
ด้านพล.ต.สเรย เดื๊อก ของกัมพูชา ผู้ดูแลกองทัพบริเวณเขาพระวิหารให้ สัมภาษณ์เอเอฟพีผ่านทางโทรศัพท์ว่า ทหารไทยราว 80 คนรุกล้ำเข้าไปยัง กัมพูชา และกำลังเผชิญหน้ากับทหารเขมรอยู่ ขณะที่พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้ บัญชาการกองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ทหารไทยแค่ลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ที่มี การพิพาทอยู่เท่านั้น ทหารไทยมีความรับผิดชอบที่จะดูแลพื้นที่ และจะอยู่ใน จุดที่เคยอยู่มาแล้ว
รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาย้ำต่อว่ารัฐบาลพนมเปญไม่กลัวที่จะต่อสู้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและเอกภาพของประเทศ โดยขอให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาความขัด แย้งพรมแดนทั้งหมดภายในเวลาอันควร โดยตนได้ย้ำกับรัฐบาลไทยครั้งแล้วครั้ง เล่าว่าไม่ควรล่าช้าในเรื่องนี้ และกำลังทหารของไทยจำนวนมากถึง 500 นาย พยายามข้ามพรมแดนใกล้กับบริเวณที่ทหารไทย 2 นายเหยียบกับระเบิดเมื่อต้น เดือนนี้
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างพล.อ.เนียงพัท รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาว่า กำลังทหารของกัมพูชาจำนวนมากขึ้น กำลังมุ่งหน้าไป ยังบริเวณชายแดนเพื่อตรึงกำลังต่อทหารไทยจำนวนราว 500 นาย ซึ่งได้รุกล้ำชาย แดน
ที่มา คมชัดลึก
ทูตไทยเผยเขมรเพิ่มกำลังแล้ว
นายวีรพันธุ์ วัชราทิตย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เปิดเผยถึงสถานการณ์แนวชายแดน ด้าน จ.ศรีสะเกษ ว่า ทราบข่าวกัมพูชามีการเสริมกำลังทหาร เข้าในพื้นที่ดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งสถานทูตได้มีการประสานงานเพื่อเสนอทางแก้ปัญหาให้ทางกัมพูชาไปแล้ว เพียงแต่รอการติดต่อกลับมาว่า จะสามารถรับในข้อเสนอในการเจรจาได้หรือไม่ และแม้ว่าสถานการณ์จะดูน่าเป็นห่วง แต่ก็เชื่อว่ายังมีช่องทางในการเจรจาได้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานทูตก็มีการเตรียมความพร้อมในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างจากที่เคยปฏิบัติเมื่อครั้งที่มีการกระทบกระทั่งกันครั้งก่อน เท่าไรนัก แต่ก็มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นี่ เช่นกัน ทั้งนี้ เชื่อว่าการหาทางออกในด้านการเจรจาน่าจะสามารถทำได้ ซึ่งขณะนี้คงได้แต่รอทางกัมพูชาติดต่อกลับมาเท่านั้น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานทูตก็มีการเตรียมความพร้อมในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างจากที่เคยปฏิบัติเมื่อครั้งที่มีการกระทบกระทั่งกันครั้งก่อน เท่าไรนัก แต่ก็มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นี่ เช่นกัน ทั้งนี้ เชื่อว่าการหาทางออกในด้านการเจรจาน่าจะสามารถทำได้ ซึ่งขณะนี้คงได้แต่รอทางกัมพูชาติดต่อกลับมาเท่านั้น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
กองทัพกัมพูชาเข้ายึดพื้นที่พิพาทหลังทหารไทยถอนตัวจากชายแดน
พลเอกเชีย มอน ของกัมพูชาเปิดเผย ทหารไทยได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนติดกับกัมพูชาแล้วใน วันนี้ ก่อนถึงกำหนดเส้นตาย 12.00 น.ที่กัมพูชากำหนดไว้ ขณะที่กองกำลังกัมพูชาได้เข้าครอบครองพื้นที่ที่ทหารไทยได้ถอนกำลังออกไป
"พวกเขาได้ถอนกำลังออกไปจากดินแดนของเราแล้ว" พลเอกเชีย มอนกล่าวกับ"รอยเตอร์"ทางโทรศัพท์จากบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร
"ดูเหมือนว่าสถานการณ์ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว" เขากล่าว
"กองกำลังของเราเข้าครอบครองพื้นที่ที่ทหารไทยได้ถอนกำลังออกไปแล้ว" เขากล่าว
ก่อนหน้านี้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศของไทย ยืนยันว่าไทยจะไม่ถอนทหารออกจากบริเวณพื้นที่พิพาทด้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
"เราไปทำได้ไง ยกตัวอย่างเราอยู่ในบ้าน จะให้ออกไปนอกบ้านได้ไงจะให้ผมขายชาติหรือ" นายสมพงษ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่กัมพูชาระบุวานนี้ให้ไทยถอนกำลังทหารออกจาก พื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนกัมพูชาภายใน 24 ชั่วโมง
ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยจะถอนกำลังทหารก็ต่อเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันในการตกลง เห็นพ้องเกี่ยวกับพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทตามแนวชายแดน
"เราไม่มีปัญหาในการถอนกำลังทหารเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่เราต้องมีคณะกรรมการร่วมเพื่อที่จะประชุมและตกลงกันในประเด็นที่ว่าเราจะ ถอนกำลังทหารออกมาเป็นระยะทางเท่าใดและจำนวนมากเพียงใด" นายสมชายกล่าว
"พวกเขาได้ถอนกำลังออกไปจากดินแดนของเราแล้ว" พลเอกเชีย มอนกล่าวกับ"รอยเตอร์"ทางโทรศัพท์จากบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร
"ดูเหมือนว่าสถานการณ์ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว" เขากล่าว
"กองกำลังของเราเข้าครอบครองพื้นที่ที่ทหารไทยได้ถอนกำลังออกไปแล้ว" เขากล่าว
ก่อนหน้านี้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศของไทย ยืนยันว่าไทยจะไม่ถอนทหารออกจากบริเวณพื้นที่พิพาทด้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
"เราไปทำได้ไง ยกตัวอย่างเราอยู่ในบ้าน จะให้ออกไปนอกบ้านได้ไงจะให้ผมขายชาติหรือ" นายสมพงษ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่กัมพูชาระบุวานนี้ให้ไทยถอนกำลังทหารออกจาก พื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนกัมพูชาภายใน 24 ชั่วโมง
ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยจะถอนกำลังทหารก็ต่อเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันในการตกลง เห็นพ้องเกี่ยวกับพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทตามแนวชายแดน
"เราไม่มีปัญหาในการถอนกำลังทหารเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่เราต้องมีคณะกรรมการร่วมเพื่อที่จะประชุมและตกลงกันในประเด็นที่ว่าเราจะ ถอนกำลังทหารออกมาเป็นระยะทางเท่าใดและจำนวนมากเพียงใด" นายสมชายกล่าว
สมชาย บอกไทยไม่ขัดข้องถอนทหารแต่ต้องทำพร้อมทหารกัมพูชา
สมชาย” บอกไทยไม่ขัดข้องถอนทหารออกจากเขาพระวิหารแต่ต้องทำพร้อมกัมพูชา ยันต้องหาจุดและระยะที่ชัดเจน ขอดูบรรยา กาศก่อนตัดสินใจโทรคุย “ ฮุนเซน ”ยำไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า
(14ต.ค.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.ถึงกรณีกัมพูชาประกาศให้เว ลาประเทศไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารภายในเที่ยงวันเดียว กันนี้ ( 14 ต.ค.) ว่า ในเวลา 14.00 น. จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือและหาข้อมูล ซึ่งขณะนี้ทาง ผบ.เหล่าทัพก็กำลังหารือกันอยู่ เพราะท่านก็มีหน้าที่ดูแลในการป้องกันแนวชายแดน ทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคง
เมื่อถามว่า รมว.ต่างประเทศได้รายงานผลการเจรจากับทางกัมพูชาอย่างไรบ้าง นายสมชาย กล่าวว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศได้รายงานสถานการณ์ให้ทราบว่า แต่ไม่ทราบว่าทำไมหลังการหารือแล้วนายกรัฐมนตรีกัมพูชาถึงออกมาให้สัมภาษณ์ อีกอย่าง เพราะตอนที่หารือกันก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ทั้งนี้ รมว.ต่างประเทศได้เสนอในเรื่องการถอนทหารว่า ไทยไม่ขัดข้องถ้าต่างคนต่างขยับออกไปเพื่อไม่ให้เกิดการประจันหน้ากัน ส่วนรายละเอียดการถอนทหารนั้นก็ควรให้คณะกรรมการที่ทั้ง 2 ประเทศตั้งขึ้นได้หารือและเจรจากันว่าควรจะถอนในระยะเท่าไหร่ และไปตั้งอยู่จุดไหน เพราะถ้าถอนกำลังทหารเลยก็จะไม่รู้จุดที่ตั้งแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สั่งการณ์ให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วย ความมั่นคงหาทางออกอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้หารือกันตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 13 ต.ค.แล้ว ก็คงจะดูแลไม่ให้เกิดอันตรายกับคนของเราที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
เมื่อถามว่ายังมีหนทางการเจรจากับทางฝ่ายกัมพูชาหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังมีหนทางจากการที่ได้พูดจากันมาคือการเจรจา ซึ่วตนก็เคยพูดคุยกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็เห็นตรงกันว่าควรที่จะมีการเจรจากัน และการที่ปลัดกระทรวงและ รมว.ต่างประเทศได้ไปพูดคุยก็ถือเป็นการเจรจาเบื้องต้นในระดับเจ้าหน้าที่
“ ความจริงเราไม่ต้องการที่จะมีการเผชิญหน้า ซึ่งเราเห็นด้วยกับการปรับปรุงแนวการตั้งกองกำลังในการขยับขยายออกมา แต่มีนิดหนึ่งคือเราจะเอาจุดไหนอย่างไร ก็อยากให้ 2 ฝ่ายมาทำความตกลงให้เรียบร้อย ”
เมื่อถามว่าจะต่อสายคุยกับนายกฯ ฮุนเซนหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า จะดูก่อน แต่ความจริงก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ ถึงเวลานี้ก็ขอดูบรรยากาศก่อนว่าจะต่อสายคุยได้หรือไม่
เมื่อถามว่าแปลกใจกับท่าทีของนายกฯกัมพูชาหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่อยากวิพากวิจารณ์อะไร ตอนนี้เราอยากคุยกันให้เรียบร้อยก่อน
ต่อข้อถามว่ากัมพูชาขีดเส้นตายให้ไทยแค่เที่ยงวันเดียวกันนี้ แต่จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือในช่วง 14.00 น.จะทันเวลาหรือ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน และขณะนี้ก็ยังมีการหารือกันอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุดเป็นอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่าสถานการณ์ก็ยังเรียบร้อยดีอยู่
(14ต.ค.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.ถึงกรณีกัมพูชาประกาศให้เว ลาประเทศไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารภายในเที่ยงวันเดียว กันนี้ ( 14 ต.ค.) ว่า ในเวลา 14.00 น. จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือและหาข้อมูล ซึ่งขณะนี้ทาง ผบ.เหล่าทัพก็กำลังหารือกันอยู่ เพราะท่านก็มีหน้าที่ดูแลในการป้องกันแนวชายแดน ทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคง
เมื่อถามว่า รมว.ต่างประเทศได้รายงานผลการเจรจากับทางกัมพูชาอย่างไรบ้าง นายสมชาย กล่าวว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศได้รายงานสถานการณ์ให้ทราบว่า แต่ไม่ทราบว่าทำไมหลังการหารือแล้วนายกรัฐมนตรีกัมพูชาถึงออกมาให้สัมภาษณ์ อีกอย่าง เพราะตอนที่หารือกันก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ทั้งนี้ รมว.ต่างประเทศได้เสนอในเรื่องการถอนทหารว่า ไทยไม่ขัดข้องถ้าต่างคนต่างขยับออกไปเพื่อไม่ให้เกิดการประจันหน้ากัน ส่วนรายละเอียดการถอนทหารนั้นก็ควรให้คณะกรรมการที่ทั้ง 2 ประเทศตั้งขึ้นได้หารือและเจรจากันว่าควรจะถอนในระยะเท่าไหร่ และไปตั้งอยู่จุดไหน เพราะถ้าถอนกำลังทหารเลยก็จะไม่รู้จุดที่ตั้งแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สั่งการณ์ให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วย ความมั่นคงหาทางออกอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้หารือกันตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 13 ต.ค.แล้ว ก็คงจะดูแลไม่ให้เกิดอันตรายกับคนของเราที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
เมื่อถามว่ายังมีหนทางการเจรจากับทางฝ่ายกัมพูชาหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังมีหนทางจากการที่ได้พูดจากันมาคือการเจรจา ซึ่วตนก็เคยพูดคุยกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็เห็นตรงกันว่าควรที่จะมีการเจรจากัน และการที่ปลัดกระทรวงและ รมว.ต่างประเทศได้ไปพูดคุยก็ถือเป็นการเจรจาเบื้องต้นในระดับเจ้าหน้าที่
“ ความจริงเราไม่ต้องการที่จะมีการเผชิญหน้า ซึ่งเราเห็นด้วยกับการปรับปรุงแนวการตั้งกองกำลังในการขยับขยายออกมา แต่มีนิดหนึ่งคือเราจะเอาจุดไหนอย่างไร ก็อยากให้ 2 ฝ่ายมาทำความตกลงให้เรียบร้อย ”
เมื่อถามว่าจะต่อสายคุยกับนายกฯ ฮุนเซนหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า จะดูก่อน แต่ความจริงก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ ถึงเวลานี้ก็ขอดูบรรยากาศก่อนว่าจะต่อสายคุยได้หรือไม่
เมื่อถามว่าแปลกใจกับท่าทีของนายกฯกัมพูชาหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่อยากวิพากวิจารณ์อะไร ตอนนี้เราอยากคุยกันให้เรียบร้อยก่อน
ต่อข้อถามว่ากัมพูชาขีดเส้นตายให้ไทยแค่เที่ยงวันเดียวกันนี้ แต่จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือในช่วง 14.00 น.จะทันเวลาหรือ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน และขณะนี้ก็ยังมีการหารือกันอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุดเป็นอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่าสถานการณ์ก็ยังเรียบร้อยดีอยู่
ประกาศเตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้ชายแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชายแดนอุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ภายหลังจากที่ประเทศกัมพูชา ออกประกาศส่งกำลังติดอาวุธเดินทางขึ้นเขาเพื่อจะยึดพื้นที่บนเขาพระวิหารที่ ทับซ้อนคืน ห้ามทหารไทยลาดตระเวนบนชายแดน พื้นที่ทับซ้อน ได้มีความเคลื่อนไหวของทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนเริ่มคึกคัก เพื่อรอคำสั่ง โดยผู้ใหญ่บ้านตามแนวชายแดน ได้ออกเครื่องกระจายเสียงผ่านหอกระจายข่าว ห้ามชาวบ้านเดินทางขึ้นไปใกล้พื้นที่บนเขาพระวิหาร จากที่เคยเลี้ยงวัว ไปทำไร่ทุกวัน แต่วันนี้ได้ประกาศสั่งให้ทำบุญอยู่แต่ที่วัด หรือที่บ้าน เพื่อความปลอดภัยหากมีการเปิดฉากสู้รบกัน
นายกอง พงษ์อ่อน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 บ้านซำเม็ง ม.3 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ได้ยินเสียงประกาศเสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านจากนายพล วงษา ผญ.ม.3 บ้านซำเม็ง ว่า เนื่องจากสถานการณ์ตรึงเครียด ทหารกัมพูชา ประกาศที่จะนำกองกำลังขึ้นมายึดเขาพระวิหาร บนพื้นที่ทับซ้อน ขอให้ชาวบ้านที่เคยเดินทางขึ้นไปใกล้ชายแดน เพื่อทำไร่ ขุดมันฯ หาของป่า เลี้ยงวัวติดกับชายแดน ตรงภูมะเขือที่อยู่ใกล้หมู่บ้านซำเม็งที่สุด ห้ามชาวบ้านเดินทางขึ้นไปเช่นทุกวัน ขอให้ทุกคนทำบุญอยู่วัดในหมู่บ้าน หรืออยู่ที่บ้านของตนเอง และให้เตรียมพร้อมในการอพยพ หรือเคลื่อนที่ออกจากหมู่บ้าน หากมีการสู้รบของทหาร
ทั้งยังขอให้ไปตรวจหลุมหลบภัยของตนเอง ครอบครัวตนเองไว้ หากจำเป็นที่จะต้องใช้ รวมทั้งชาวบ้านที่เคยปล่อยวัวขึ้นไปเลี้ยง ขอให้ส่งข่าวกันให้นำวัวกลับลงมาเพื่อความปลอดภัย ซึ่งตนเองได้พุดคุยกับเพื่อนบ้าน ว่า หากเกิดสงครามพวกตนก็พร้อมที่จะสู้รบกับทหาร เหมือนที่เคยสู่รบกับคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2519-20 มาแล้ว ในส่านของผู้หญิง เด็ก ก็ได้ซ้อมหลบตามหลุมหลบภัยไว้แล้วด้วยเช่นกัน วันนี้คนไทยพร้อมแล้วที่สร้างความสงบสุขตามแนวชายแดน
ส่วนที่ฐานปืนใหญ่ทหารไทย ตรงจุดน้ำตกกภูละอ อ ติดกับหมู่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีการเตรียมความพร้อมของทหารประจำปืนใหญ่ โดยจากที่เคยคลุมผ้าใบสีเขียวปืนใหญ่ไว้ วันนี้ได้มีการเปิดมาทำความสะอาด เตรียมพร้อม นำกำลัง 4 - 5 นาย ประจำกองปืนไว้พร้อมแล้ว ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้มีการจับกลุ่มพุดคุยกันว่า หากเกิดสงครามก็พร้อมที่จะสู่รบเคียงคู่กับทหารทุกนาย เพราะส่วนใหญ่เคยร่วมรบมาแล้วสมัยปี 2520 กับคอมมิวนิสต์ ในบริเวณแถบนี้ ขณะที่ชาวบ้านก่อนหน้านี้ได้มีการเตรียมอพยบไว้แล้วทั้งหญิง เด็ก และคนชรา
นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต่างเร่งให้เปิดผามออีแดงใกล้บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ต้องขอชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาทำการ เจรจากัน โดยมีคณะกรรมการร่วมตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งต้องรอฟังผลการประชุมของคณะกรรมการ ที่มีกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพ หลังจากนั้นเมื่อมีมติอย่างใด ในทางปฏิบัติก็จะมอบให้ทางจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการต่อไป เข้าใจว่าการเจรจาก็จะหยิบยกประเด็นในเรื่องการเปิดเขาพระวิหารด้วยในส่วน หนึ่ง เพราะถ้าดูสถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ก็อยู่ในภาวะที่ปกติ
แต่อย่างไรก็ตามในการเปิดต่อไปก็คงจะต้องมีขั้นตอนในการที่จะตกลง กันว่า เปิดอย่างไร เมื่อไหร่ และจะต้องจัดการปัญหาก่อน - หลัง อะไรกันบ้าง อย่างเช่นกรณีที่มีชาวกัมพูชาเข้ามาบุกรุกที่ ในบริเวณพื้นที่ที่มีการขัดแย้งกันอยู่ จะมีวิธีการที่จะต่อรองกันอย่างไร เพื่อให้ออกจากพื้นที่ที่ถือว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้จะต้องเป็นผลจากการที่รัฐบาลต้องไปเจรจาก่อนทั้งสิ้น ในการปฏิบัตินั้นไม่มีปัญหาเพราะจังหวัดศรีสะเกษกับจังหวัดพระวิหารเองนั้น ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ส่วนการแพร่ข่าวจากทางกัมพูชาคงต้องรอดูทางทหารที่ควบคุมเหตุการณ์ว่าจริง เท็จประการใด แต่ทางทหารไทยไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด
นางกัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาท่องเที่ยวเขต4 เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดผามออีแดง ที่มีบริเวณอาณาเขตติดต่อกับปราสาทเขาพระวิหาร หากปล่อยไว้นานกว่านี้หลายกิจการของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเช่นโรงแรม ร้านอาหาร จะได้รับผลกระทบมากและอาจจะต้องเดือดร้อนหาพื้นที่ใหม่ในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารที่มีหลายส่วน ต้องอาศัยการเปิดผามออีแดงให้นักท่องเที่ยวขึ้นชม ที่ผ่านมาเขาพระวิหารก็เปิดๆปิดๆ และแม้จะปิดเขาพระวิหารก็มีสถานที่ท่องเที่ยวบนผามออีแดงให้ได้ชม รวมทั้งสามารถมองเห็นเขาพระวิหารด้วยกล้องส่องทางไกล ไม่อยากให้ปิดนานเกินไป บริเวณนี้ก็เป็นของประเทศไทยทำไมต้องปิดตามกัมพูชาที่สั่งปิดเขาพระวิหาร อยากให้พิจารณาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและหาทางแก้ไขโดยเร็ว
นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจปัญหาเขาพระวิหารและรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะเป็นผลกระทบโดยตรงต่อจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยากให้ปล่อยนานกว่านี้ ได้รับการร้องเรียนจากพ่อค้าว่าขณะนี้ที่ศรีสะเกษ ธุรกิจต่างๆซบเซามากสินค้าที่ตั้งขายในร้านขายไม่ได้ต้องเริ่มนำออกไปขายถึง พื้นที่ถึงจะพอขายได้ อยากให้รัฐบาลเจรจาหาข้อยุติเพื่อความสงบในพื้นที่ไม่ใช่มีแต่ข่าวกัมพูชาจะ ยิงทหารไทยเหมือนเช่นทุกวันนี้
นายกอง พงษ์อ่อน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 บ้านซำเม็ง ม.3 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ได้ยินเสียงประกาศเสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านจากนายพล วงษา ผญ.ม.3 บ้านซำเม็ง ว่า เนื่องจากสถานการณ์ตรึงเครียด ทหารกัมพูชา ประกาศที่จะนำกองกำลังขึ้นมายึดเขาพระวิหาร บนพื้นที่ทับซ้อน ขอให้ชาวบ้านที่เคยเดินทางขึ้นไปใกล้ชายแดน เพื่อทำไร่ ขุดมันฯ หาของป่า เลี้ยงวัวติดกับชายแดน ตรงภูมะเขือที่อยู่ใกล้หมู่บ้านซำเม็งที่สุด ห้ามชาวบ้านเดินทางขึ้นไปเช่นทุกวัน ขอให้ทุกคนทำบุญอยู่วัดในหมู่บ้าน หรืออยู่ที่บ้านของตนเอง และให้เตรียมพร้อมในการอพยพ หรือเคลื่อนที่ออกจากหมู่บ้าน หากมีการสู้รบของทหาร
ทั้งยังขอให้ไปตรวจหลุมหลบภัยของตนเอง ครอบครัวตนเองไว้ หากจำเป็นที่จะต้องใช้ รวมทั้งชาวบ้านที่เคยปล่อยวัวขึ้นไปเลี้ยง ขอให้ส่งข่าวกันให้นำวัวกลับลงมาเพื่อความปลอดภัย ซึ่งตนเองได้พุดคุยกับเพื่อนบ้าน ว่า หากเกิดสงครามพวกตนก็พร้อมที่จะสู้รบกับทหาร เหมือนที่เคยสู่รบกับคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2519-20 มาแล้ว ในส่านของผู้หญิง เด็ก ก็ได้ซ้อมหลบตามหลุมหลบภัยไว้แล้วด้วยเช่นกัน วันนี้คนไทยพร้อมแล้วที่สร้างความสงบสุขตามแนวชายแดน
ส่วนที่ฐานปืนใหญ่ทหารไทย ตรงจุดน้ำตกกภูละอ อ ติดกับหมู่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีการเตรียมความพร้อมของทหารประจำปืนใหญ่ โดยจากที่เคยคลุมผ้าใบสีเขียวปืนใหญ่ไว้ วันนี้ได้มีการเปิดมาทำความสะอาด เตรียมพร้อม นำกำลัง 4 - 5 นาย ประจำกองปืนไว้พร้อมแล้ว ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้มีการจับกลุ่มพุดคุยกันว่า หากเกิดสงครามก็พร้อมที่จะสู่รบเคียงคู่กับทหารทุกนาย เพราะส่วนใหญ่เคยร่วมรบมาแล้วสมัยปี 2520 กับคอมมิวนิสต์ ในบริเวณแถบนี้ ขณะที่ชาวบ้านก่อนหน้านี้ได้มีการเตรียมอพยบไว้แล้วทั้งหญิง เด็ก และคนชรา
นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต่างเร่งให้เปิดผามออีแดงใกล้บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ต้องขอชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาทำการ เจรจากัน โดยมีคณะกรรมการร่วมตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งต้องรอฟังผลการประชุมของคณะกรรมการ ที่มีกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพ หลังจากนั้นเมื่อมีมติอย่างใด ในทางปฏิบัติก็จะมอบให้ทางจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการต่อไป เข้าใจว่าการเจรจาก็จะหยิบยกประเด็นในเรื่องการเปิดเขาพระวิหารด้วยในส่วน หนึ่ง เพราะถ้าดูสถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ก็อยู่ในภาวะที่ปกติ
แต่อย่างไรก็ตามในการเปิดต่อไปก็คงจะต้องมีขั้นตอนในการที่จะตกลง กันว่า เปิดอย่างไร เมื่อไหร่ และจะต้องจัดการปัญหาก่อน - หลัง อะไรกันบ้าง อย่างเช่นกรณีที่มีชาวกัมพูชาเข้ามาบุกรุกที่ ในบริเวณพื้นที่ที่มีการขัดแย้งกันอยู่ จะมีวิธีการที่จะต่อรองกันอย่างไร เพื่อให้ออกจากพื้นที่ที่ถือว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้จะต้องเป็นผลจากการที่รัฐบาลต้องไปเจรจาก่อนทั้งสิ้น ในการปฏิบัตินั้นไม่มีปัญหาเพราะจังหวัดศรีสะเกษกับจังหวัดพระวิหารเองนั้น ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ส่วนการแพร่ข่าวจากทางกัมพูชาคงต้องรอดูทางทหารที่ควบคุมเหตุการณ์ว่าจริง เท็จประการใด แต่ทางทหารไทยไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด
นางกัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาท่องเที่ยวเขต4 เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดผามออีแดง ที่มีบริเวณอาณาเขตติดต่อกับปราสาทเขาพระวิหาร หากปล่อยไว้นานกว่านี้หลายกิจการของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเช่นโรงแรม ร้านอาหาร จะได้รับผลกระทบมากและอาจจะต้องเดือดร้อนหาพื้นที่ใหม่ในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารที่มีหลายส่วน ต้องอาศัยการเปิดผามออีแดงให้นักท่องเที่ยวขึ้นชม ที่ผ่านมาเขาพระวิหารก็เปิดๆปิดๆ และแม้จะปิดเขาพระวิหารก็มีสถานที่ท่องเที่ยวบนผามออีแดงให้ได้ชม รวมทั้งสามารถมองเห็นเขาพระวิหารด้วยกล้องส่องทางไกล ไม่อยากให้ปิดนานเกินไป บริเวณนี้ก็เป็นของประเทศไทยทำไมต้องปิดตามกัมพูชาที่สั่งปิดเขาพระวิหาร อยากให้พิจารณาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและหาทางแก้ไขโดยเร็ว
นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจปัญหาเขาพระวิหารและรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะเป็นผลกระทบโดยตรงต่อจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยากให้ปล่อยนานกว่านี้ ได้รับการร้องเรียนจากพ่อค้าว่าขณะนี้ที่ศรีสะเกษ ธุรกิจต่างๆซบเซามากสินค้าที่ตั้งขายในร้านขายไม่ได้ต้องเริ่มนำออกไปขายถึง พื้นที่ถึงจะพอขายได้ อยากให้รัฐบาลเจรจาหาข้อยุติเพื่อความสงบในพื้นที่ไม่ใช่มีแต่ข่าวกัมพูชาจะ ยิงทหารไทยเหมือนเช่นทุกวันนี้
สมพงษ์ ยันไม่ถอนกำลังเขาพระวิหาร
เมื่อถามต่อว่า สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า กำลังคุยกัน มีตัวแทนประเทศต่างๆ กำลังช่วยพูดคุยกันอยู่ เมื่อถามอีกว่า ทราบหรือไม่กองกำลังทหารกัมพูชาเสริมกำลังเท่าไหร่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า ไม่รู้ เมื่อคืนทหารหลับไปหมดแล้ว เรื่องทหารต้องไปถามทหาร เมื่อถามว่า ไทยจะถอนกำลังทหารออกจากเขาพระวิหารตามที่กัมพูชาเรียกร้องหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า “ทำได้อย่างไร มันก็เหมือนเราอยู่ในบ้านเรา ถ้าให้คุณออกจากบ้านคุณ คุณจะทำหรือไม่ จะให้ผมขายชาติหรืออย่างไร ผมไม่ทำ แต่เราต้องหลีกเลี่ยงการปะทะเผชิญหน้า มันเป็นเรื่องจริงที่เราต้องมาคุยกัน แต่ไม่ใช่ให้เราถอยออกมา เพราะมันเป็นพื้นที่ของเรา เรื่องนี้ผมจะนำเข้าหารือในครม. ส่วนอำนาจการตัดสินใจเป็นของนายกฯของทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกัน ผมได้รายงานท่านนายกฯไปแล้ว เดี๋ยวนี้การสื่อสารมี ดาวเทียมมี ไม่ต้องไปถึงเขมร”
เมื่อถามย้ำว่า ท่าทีของนายฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา และนายฮอร์ นำ ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชามีท่าทีแข็งกร้าวจะสามารถคุยกันได้หรือ นายสมพงษ์ กล่าวว่า เราต้องเข้าใจว่าตอนนี้เขามีอารมย์ เราก็อย่าไปตามอารมณ์เขา คุยกันได้ อย่างเมื่อวานก็คุยกันดี หัวเราะกันดี
Labels:
กัมพูชา,
เขมร,
เขาพระวิหาร,
ชายแดน,
ไทย,
ปราสาทตาเมือนธม,
ฮุนเซน
ทหาร 2 ฝ่ายไทย-กัมพูชาพร้อมเปิดศึกปะทะ
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดแนวชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม-ตาควาย จ.สุรินทร์ และเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ตึงเครียดหนัก หลัง “ฮุนเซน” ประกาศกร้าวทางวิทยุสั่งทหารไทยออกจากพื้นที่พิพาทตลอดแนวชายแดนสามารถรับ ฟังได้ถึงพื้นที่ชายแดนไทย เผยเขมรระดมกำลังทหารพร้อมอาวุธหนัก ปืนใหญ่-จรวดเข้าประชิดชายแดนไทยด้านปราสาทตาเมือนธม-ตาควายเตรียมพร้อมบุก ยึด ขณะทหารไทยยืนยันทุกตารางนิ้วที่ลาดตระเวนตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมาเป็นของประเทศไทย ลั่นหากเขมรต้องการรบก็พร้อมเต็มที่ในการตอบโต้เพื่อรักษาอธิปไตยของไทย ด้าน แม่ทัพภาคที่ 2 เรียกประชุมด่วนรับมือ
วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านสำนักข่าวในประเทศกัมพูชา และสำนักข่าวต่างประเทศ ให้ทหารไทยถอนทหารทุกนายออกจากพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนไทยทุกจุดภายใน เที่ยงวันของวันนี้นั้นได้ทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดน ด้านปราสาทตาเมือนธม ต.หนองคันนา และ ปราสาทตาควาย บ้านไทยนิยม ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีความตึงเครียดทางทหารขึ้นอีกครั้ง
โดยทางกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้เพิ่มความระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวทางการทหารของกัมพูชาอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด ทางฝั่งประเทศกัมพูชาด้านตรงข้ามกับปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควายนั้น พบว่า ฝ่ายกัมพูชาได้มีการเสริมกำลังทหารจำนวนหลายร้อยนาย พร้อมด้วยอาวุธหนัก ยิงระยะไกล ทั้งปืนใหญ่ และจรวด แบบ เอ็ม 21 และ เอ็ม 44 เข้ามายัง บ้านกรูด อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ประมาณ 20 กิโลเมตร
นอก จากนั้น ทหารกัมพูชายังระดมกำลังทหาร พร้อมปืนใหญ่เข้ามายังบ้านทมอโดน อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ที่อยู่ตรงข้ามกับช่องกร่าง ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งกำลังทหารส่วนนี้ของกัมพูชามีเป้าหมายหลักคือจะบุกเข้ายึดปราสาทตาควาย
ทั้ง นี้ การเคลื่อนไหวกำลังทหารกัมพูชา พร้อมด้วยอาวุธหนักมุ่งหน้าเข้ามายังพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย นั้น ฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการข่าวทางทหารไทยได้ติดตามความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา มาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน และคาดการณ์ว่าฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งการประกาศกร้าวให้ทหารไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาทชายแดนของ นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาวันนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ของกองกำลังสุรนารี และ กองทัพภาคที่ 2
แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า พื้นที่ทุกตารางนิ้ว ที่ทหารไทยลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นพื้นที่เขตแดนของประเทศไทย ซึ่งได้ทำการลาดตระเวนมาตลอดระยะเวลา 30 ปีไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นเขตแดนของเรา สำหรับความพร้อมด้านทหารตามแนวชายแดนนั้น เรามีความพร้อมทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน วันนี้เราไม่จำเป็นต้องเคลื่อนกำลังอะไรเพราะเราได้วางกำลังรักษาชายแดนมา เป็นระยะเวลา 30 ปี แล้ว
“หากเขาต้องการรบ ทางเราก็ไม่หวั่นเกรงอะไร เราพร้อมเต็มที่ที่จะทำการตอบโต้เช่นกันเพื่อรักษาอธิปไตยของไทย” แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ที่ตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บริเวณ ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นั้น การค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ยังคงเป็นไปตามปรกติ
ทั้งนี้ ในเช้าวันนี้ นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประกาศผ่านวิทยุกระจายเสียงกัมพูชารับฟังได้ที่ตลาดการค้าชายแดนถาวรไทย -กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ สั่งให้ทหารไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาทตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายในเที่ยงวันของวันนี้หากไม่ดำเนินการอะไร จะโจมตีเพื่อยึดพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนกลับคืนทันที
ทางด้านผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า ขณะที่บรรยากาศบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจาก ได้มีกำลังทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือ เข้ามาตรึงกำลังที่ บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร และทหารเหล่านี้ส่วนมาก เป็นอดีตทหารเขมรแดง ที่เคยประจำการอยู่ที่บริเวณเขาพระวิหารมานานแล้ว และมีความเคยชินกับสภาพพื้นที่บริเวณแห่งนี้เป็นอย่างมาก ทำให้ทหารไทย ต้องเสริมกำลังทหารเข้าไปตรึงกำลังบริเวณประตูเหล็ก ทางเข้า-ออก ใกล้กับตลาดชาวกัมพูชา บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น
นอก จากนี้ ฝ่ายทหารไทยยังได้มีการตรึงกำลังเข้มบริเวณชายแดนรอบเขาพระวิหาร โดยแต่ละจุดห่างกันประมาณ 30 เมตรเท่านั้น แต่ล่าสุดยังไม่ได้มีการเสริมกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมาว่า วันนี้เดียวกันนี้ ( 14 ต.ค.) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ได้เรียกประชุมด่วน รองแม่ทัพภาคที่ 2 ทุกคน รวมทั้งฝ่ายเสนาธิการ และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ประมาณ 40 นาย ที่ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 (กอ.รมน.ภาค 2) กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อหารือและประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
พร้อมร่วมประชุมรับมอบนโยบายจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ซึ่งเป็นการประชุมลับไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้งสื่อมวลชน เข้าไปภายในห้องประชุมแต่อย่างใด ซึ่งจนถึงขณะนี้ใช้เวลาประชุมนานเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว แต่การประชุมยังไม่แล้วเสร็จ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
Subscribe to:
Posts (Atom)