Showing posts with label พรรคชาติไทย. Show all posts
Showing posts with label พรรคชาติไทย. Show all posts

Thursday, October 16, 2008

สมศักดิ์ กอดเก้าอี้แน่น ส่งเสียงเชียร์ สมชาย อย่าถอดใจลาออก


วันนี้ (16 ต.ค.) นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเมินสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันว่า ยังไม่มีอะไรบอกเหตุให้รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วสามารถทำงานได้ สภาก็ยังทำงานได้ จึงเชื่อว่าการเมืองยังดำเนินการไปในช่วงที่ประชาธิปไตย รอการเปลี่ยนผ่านยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข่าวลือหนาหูมากว่านายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจยุบสภา ลาออก แม้แต่จะมีปฏิวัติ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องลาออกตัดประเด็นไปได้ นายกรัฐมนตรียืนยัน เพราะรัฐบาลมีภารกิจที่สำคัญต้องทำ เรื่องยุบสภาและการลาออกก็ไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหา ส่วนเรื่องการปฏิวัติยิ่งเป็นสิ่งที่จะเหนี่ยวรั้งให้สังคมไทยถอยหลังไป อย่างน้อย 20 ปี คงไม่มีใครกล้าปฏิวัติ ซึ่ง ผบ.ทบ.เองก็ยืนยันว่าไม่มี

เมื่อถามว่า สมาชิกพรรคพลังประชาชนเองประเมินว่ารัฐบาลอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คนที่พูดไม่ได้อยู่รัฐบาลก็พูดไป พรรคพลังประชาชนมี 200 กว่าคน คนพูดจึงไม่มีทางรู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร และมีแผนที่จะทำอะไร มากคนก็ย่อมแตกต่างทางความคิด วิเคราะห์การเมืองไม่เหมือนกัน แต่คนที่เป็นพรรคพลังประชาชนและอยู่ในรัฐบาลย่อมรู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร

ต่อข้อถามว่า หากนายกฯ จะตัดสินใจอย่างใดเพื่อเป็นทางออกทางการเมือง จำเป็นต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหรือไม่ แกนนำพรรคชาติไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษสูง การจะตัดสินใจที่ส่งให้เกิดผลกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาล ตนเชื่อว่านายกฯต้องบอกกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน นายกฯคงไม่ตัดสินใจโดยพลการ ซึ่งตนเคยพูดในที่ประชุม ครม.ว่ากรณีการตัดสินใจที่จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลนั้น ครม.ยินดีให้ความร่วมมือ ขอให้บอกมา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เสนอให้ทหารยึดอำนาจเพื่อเข้ามาสลายขั้วการเมือง แล้วขอพระราชทานนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลาง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นั่นไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง การเมืองระบอบประชาธิปไตยมันมักจะมีทางออกเสมอ ขอเพียง หันหน้าเข้าหากัน เคารพกติกาซึ่งกันและกัน ช่องทางออกมีอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่มีความจริงใจและหันหน้าเข้าหากันเพื่อช่วยกันคลำหาทางออกให้สังคม หรือไม่เท่านั้น

เมื่อถามว่า นักวิชาการเสนอแนะว่าการยุบสภาเป็นทางออกที่ดีกว่าจะให้ทหารเข้ายึดอำนาจ แกนนำพรรคชาติไทย กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าการยุบสภาจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ ถ้ายุบไปแล้วสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับสังคมยิ่งเป็นเรื่องน่ากลัว ซึ่งในอดีตเหตุการณ์ 19 กันยา 49 จะไม่เกิดขึ้นเลยหากมีรัฐสภา แต่เพราะไม่มีสภาจึงถึงทางอับจนทั้งหมด ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ท้ายที่สุดจึงเกิดรัฐประหารขึ้น ตนอยากให้รัฐสภาเป็นช่องทางแก้ปัญหาของสังคมไทย จะอ้างว่ายุบสภาดีกว่าปฏิวัติ คนที่จะปฏิวัติวันนี้ต้องคิดแล้วว่าการปฏิวัตินั้นง่าย แต่การปกครองประเทศหลังการปฏิวัตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศที่ไทยต้องคบค้าด้วยนั้นเราโดน บอยคอตแน่ ทุกคนมีบทเรียนมาแล้ว ตนจึงเชื่อว่าไม่มีใครทำ

“ผมอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์และทุกพรรคการเมืองหันหน้าเข้าหากัน ในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติด้วยกัน ช่วยกันใช้องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติคลี่คลายปัญหา ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีความเชื่อเหมือนกับที่ประธานที่ปรึกษาพรรคประชา ธิปัตย์เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เพราะถ้าไม่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาคงไม่มีระบบไหนอีกแล้วที่จะดีกว่านี้ และอย่าคิดว่าการไม่ชอบรัฐบาล ไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลนั้นจะส่งผลไปถึงการไม่ทำสังฆกรรมในรัฐสภาด้วย รัฐบาลกับรัฐสภานั้นเป็นคนละส่วนกัน รัฐสภาต่างหากเป็นสถานที่ที่พวกเราฝ่ายนิติบัญญัติต้องให้ความเคารพ และต้องทำงานอย่างเต้ฒที่ รัฐบาลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่รัฐสภาต้องอยู่ เพราะถึงขณะนี้ ผมยังไม่เชื่อว่าการเมืองบ้านเรามันถึงทางตัน ในระบอบประชาธิปไตยมีทางออกเสมอ เพียงแต่เราจะจริงใจร่วมกันหาทางออกภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญหรือไม่” นายสมศักดิ์ กล่าว
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Tuesday, October 14, 2008

ศาล รธน.รับคดียุบ 3 พรรคไว้ไต่สวน


วันนี้ (14 ต.ค.) นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีนายชัช ชลวร เป็นประธานว่า ที่ประชุมคณะตุลาการมีคำสั่งรับคำร้องที่อัยการสูงสุด (อสส.) ขอให้ยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) พรรคชาติไทย (ชท.) และพรรคพลังประชาชน (พปช.) ไว้พิจารณาแล้ว

โดยต่อจากนี้ ทางศาลจะทำหนังสือให้หัวหน้าพรรคทั้ง 3 พรรคได้รับทราบและส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามายังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่รับหนังสือ อย่างไรก็ตาม ทางศาลยังอนุญาตให้นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และคณะเป็นผู้ดำเนินคดีในศาลรัฐธรรมนูญแทนอัยการสูงสุดตามที่ได้ขอมา

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะหยิบยกพรรคใดขึ้นมาพิจารณาเป็นพรรคแรก นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถบอกได้ ขึ้นอยู่เอกสารหลักฐานว่าตุลาการจะสรุปสำนวนของพรรคใดได้เร็วกว่ากัน หากข้อมูลไม่ซับซ้อนก็อาจหยิบยกพรรคนั้นขึ้นมาพิจารณาก่อนได้ ทั้งนี้ น่าจะต้องมีการพิจารณาไต่สวนออกนั่งบัลลังก์เหมือนการพิจารณายุบพรรคที่ผ่าน มา

ทั้งนี้ คาดว่าภายในสิ้นเดือนน่าจะเริ่มกระบวนการพิจารณาในขั้นต่อไปได้ โดยต้องขึ้นอยู่กับคณะตุลาการเป็นผู้พิจารณา ส่วนจะใช้ระยะเวลากี่เดือนจะแล้วเสร็จยังไม่สามารถกำหนดได้ ถือเป็นอำนาจของตุลาการพิจารณาประเด็นหลังจากมีการส่งคำโต้แย้งของคู่กรณีมา แล้ว และศาลจะคำนึงถึงการอำนวยการยุติธรรมให้มากที่สุดและให้โอกาสคู่กรณีก่อน

เมื่อถามว่า กรณีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรค พปช.กำลังป่วยไม่สามารถมาชี้แจงด้วยตัวเองได้จะมีผลต่อการพิจารณาหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะในคำร้องได้ระบุไว้ว่าสามารถให้ผู้รักษาการแทนมาชี้แจงแทนได้ เพราะพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล

เมื่อถามว่า กรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลต่อการพิจารณาคดียุบพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายพสิษฐ์ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นสิทธิส่วนตัวของนายจรัญ ตุลาการมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นและการกระทำก็ไม่ได้เป็นมติของศาลแต่ อย่างได ซึ่งนายจรัญก็เป็นคนดีและมีดุลยพินิจเป็นของตัวเอง การกระทำต่างๆ ท่านคงต้องดูตามความเหมาะสม

เมื่อถามว่า หากมีการร้องขอมาให้นายจรัญต้องออกจากการเป็นองค์คณะในการพิจาณากรณียุบพรรค พลังประชาชนนั้น นายจรัญจำเป็นต้องออกจากการเป็นองค์คณะหรือไม่ นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะขณะนี้เป็นเพียงการตรวจรับคำร้อง ซึ่งยังไม่ได้ลงไปในรายละเอียดและกระบวนการพิจารณา ก็อาศัยของกำหนดเป็นตัวตั้งอยู่แล้ว

ส่วนหากมีการยุบสภาเกิดขึ้นในเวลานี้ คดีการยุบพรรคจะต้องดำเนินต่อไปหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าเป็นดุลพินิจของตุลาการ และเหตุก็ยังไม่เกิด ค่อยมาว่ากันทีหลังว่าจะพิจารณาต่อหรือว่าจะจำหน่ายเรื่องใดออก ส่วนจะมีการกดดันหรือไม่ นั้นเชื่อว่าตุลาการฯก็คงไม่ได้กดดันอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการยื่นเรื่องให้ตุลาการฯพิจารณาเรื่ององค์ ประชุมไม่ครบ นการแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 7 ต.ค.นั้น ร่วมเรื่องที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทล็อกอินโฟร์ เกิน 5% นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 เรื่อยังมาไม่ถึงศาล ต่อจากนี้หากมีการยื่นเรื่องใดมาถึงศาลก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนได้รับทราบ

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์