Showing posts with label น้องโบว์. Show all posts
Showing posts with label น้องโบว์. Show all posts

Wednesday, October 15, 2008

แชมป์ พีรพล ไม่หวั่นผลกระทบร่วมงานศพ น้องโบว์-สารวัตรจ๊าบ

สร้างความแปลกใจให้กับใครหลายๆ คนไม่น้อยทีเดียวกับการไปปรากฏตัวของดารา-พิธีกรจากช่อง 3 “แชมป์ พีรพล เอื้ออารียกุล” ในงานพระราชทานเพลิงศพของ “สารวัตรจ๊าบ เมธี ชาติมนตรี" ที่วัดโสมนัสฯ เมื่อวันวานที่ผ่านมา (14)

โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า สาเหตุที่มาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพครั้งนี้ ก็เพราะรู้สึกชื่นชมและศรัทธาในตัวของสารวัตรจ๊าบ รวมถึง “น้องโบว์ อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ” ซึ่งเสียชีวิตจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 อย่างโหดเหี้ยม

“ผมเป็นสื่อมวลชน เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นผู้ประกาศข่าว ฉะนั้น การที่จะบอกว่าผมอยู่ฝั่งไหนคงไม่สามารถพูดได้ แต่การที่ผมมางานของคุณโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ ก็เพราะว่าผมไปในฐานะของคนไทย ไม่ได้ไปในฐานะของดารา หรือผู้ประกาศข่าว หรือคนดัง”

“ทั้งคู่มีความเชื่อความศรัทธาและก็ต่อสู้ด้วยความเชื่อมั่นของตัว เองโดยปราศจาคอาวุธ ผมคิดว่าไม่เฉพาะผมคนเดียวที่เสียใจ คนไทยทั้งประเทศก็เสียใจเช่นกัน ทั้ง คุณโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ ก็เป็นคนไทย ผมเสียดายในชีวิตของพวกเขา”

“จึงอยากมาแสดงความเสียใจ มาแสดงความเคารพ ไม่ได้มาในฐานะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผมมาในฐานะคนไทยคนหนึ่ง”

ไม่กลัวผลกระทบ เพราะเชื่อว่าตนได้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควรแล้ว...“ไม่ครับ ผมไม่กลัว ถ้าผมตอบแบบนี้ คือ ผมก็เป็นกลาง และก่อนที่ผมจะตอบผมก็โทร.ไปถามหลายๆ คนแล้ว แต่ถ้าเกิดสุดท้ายผมไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลยสิ่งที่ผมทำลงไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ผมว่าวินาทีนี้ทุกคนต้องออกมาช่วยกัน ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว”

“ผมคิดว่าพี่น้องชาวไทยก็ควรจะรู้เหมือนกันว่าผมคิดอย่างไร ในฐานะที่ผมก็เป็นคนของประชาชน ผมเองก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตลอดเหมือนคนไทยทุกคน ถามว่าผมรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็อยากจะบอกว่า เราต้องย้อนไปดูระบอบประชาธิปไตย ถ้าเกิดว่ามีการเรียกร้องและไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บ และจบลงด้วยสันติวิธี ตรงนั้นน่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านการเมืองอย่างหนึ่ง”

“แต่สิ่งที่น่ากลัว ก็คือ การที่หลายๆ ฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกัน มีการแตกแยก ผมก็หวังเหมือนคนไทยทุกคน คือ ไม่ว่ามันจะมีการพัฒนาไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งคนบางกลุ่มอาจจะชอบ คนบางกลุ่มอาจจะไม่ชอบ แต่สุดท้ายผมอยากจะให้มันจบโดยที่แบบว่า เราเป็นคนไทยก็อยากให้เกิดความสามัคคี และก็ไม่มีเหตุการณ์ที่จะต้องมีการบาดเจ็บล้มตายกันอีก”

“ผมเองก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตลอด ในฐานะที่ผมเองเป็นสื่อมวลชน และเป็นคนที่มีน้องๆ เยาวชนติดตามผลงาน ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเราที่เราจะต้องแสวงหาความรู้มากกว่าสายบันเทิง หรือ กีฬา ที่เราทำอยู่ ถ้าถามว่าทางออกของการเมืองจะอยู่ที่ตรงไหน แต่ละคนก็แตกต่างกันไป ซึ่งมันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเห็นตรงกัน”
“แต่ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวที่ทุกฝ่ายและคนส่วนใหญ่ยอมรับ ก็คือ เป็นไปอย่างสันติวิธี สุดท้ายก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ก็ใช่ว่าทางออกที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นได้เสมอ ผมอยากให้ทุกคนที่ออกมาต่อสู้เพื่อตัวเองและเพื่อชาติถือผลประโยชน์ส่วนรวม หรือของชาติและประชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันจะนำไปสู่แนวทางที่ดีกว่าสร้างสรรค์กว่า”

“ในฐานะที่เป็นดารา หรือนักแสดงหลายๆ คนรู้สึกว่าผมจะต้องระมัดระวังตัวมากน้อยแค่ไหน ผมอยากจะบอกว่า สุดท้ายดารา พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ก็เป็นประชาชนเหมือนคนอื่น ฉะนั้นผมมองทางการเมืองมันมีหลายมุม ความเป็นจริงจะบอกว่าความวุ่นวายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการมันก็ถูก แต่ในความเป็นจริงในระบอบประชาธิปไตยการพัฒนาการของแต่ละประเทศย่อมไม่ เหมือนกัน”

“ความวุ่นวายอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการ แต่ถ้าความวุ่นวายมันไม่มีความบาดเจ็บล้มตายและการเมืองพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ก็อาจเป็นความต้องการของหลายๆ คนก็ได้ ฉะนั้นการเมืองไม่ใช่ขาวดำ การเมืองมันคือสีเทา การเมืองไม่สามารถที่จะหาความเห็นที่ตรงกันได้ ต่างคนก็ต่างมีมุมของตัวเอง”

“แต่ละคนก็ต้องหาวิธีแก้ไขและพบกันในจุดที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและ ประชาชนโดยสันติวิธี และพยายามหาจุดที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับได้ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป อันนี้คือไอเดียและสิ่งที่เกิดจากหัวใจผม และทำไมผมถึงได้ออกไปร่วมงานศพของคุณโบว์และสารวัตรจ๊าบ”

ไม่ขอออกความเห็นกรณีการแถลงการณ์ของตำรวจที่ยืนยันว่า ไม่มีการใช้ “ระเบิด” ในการสลายม็อบ
“เรื่องระเบิดที่ตำรวจบอกว่าไม่มี ตรงนี้ผมไม่อยากจะออกความเห็น แต่ที่ผมออกมาพูดวันนี้ไม่ใช่ฐานะแชมป์ พีระพล หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผมไปในฐานะของคนไทยที่เสียใจ คนไทยทั้งประเทศก็คงจะเสียใจที่สองบุคคลที่มีความเชื่อความศรัทธา ที่ต่อสู้ด้วยจิตใจเพื่อประเทศจะต้องมาเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คงจะพูดได้แค่นี้ คิดว่าทุกคนก็คงจะเห็นด้วยกับผม”

“ส่วนกระบวนการอย่างอื่นก็คงจะเป็นเรื่องของการสอบสวนไป ผมเองก็ไม่ได้อยู่วงในก็คงจะตอบอะไรไม่ได้ แต่บอกได้อย่างเดียว คือ ทุกคนเสียใจเหมือนกันหมด”

แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมีความเห็นตรงกัน แต่เจ้าตัวก็ยังหวังว่าทุกอย่างจะจบลงอย่าง “สันติวิธี”
“คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนมีความเห็นตรงกัน แต่จุดที่ลงตัวและหัวใจสำคัญคือสังคมส่วนใหญ่ 60-70 ล้านคนเห็นยังไง และสิ่งที่จะทำต่อไปก็คือจะต้องทำอย่างสันติวิธี แต่อย่างที่บอกเราอยู่ในโลกแห่งความจริง ทางออกที่ดีที่สุดอาจจะเป็นได้หรือไม่ได้ก็ไม่ทราบ แต่พี่น้องชาวไทยทุกคนต้องถือประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และมันจะนำไปสู่แนวทางที่ดีกว่า และสร้างสรรค์กว่าสำหรับสังคม”

ไม่หวั่นหากการเปิดตัวในสถานการณ์ตรงนี้จะทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าอยู่ฝั่งพันธมิตรฯ
“ตรงนี้สุดท้ายในชีวิตถ้าเกิดเราคิดเล็กคิดน้อยไปซะหมด เราอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย ผมเองมีผู้ใหญ่ที่เคารพและเราก็ทำอะไรอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา แต่ในการที่ผมจะทำอะไรจะไปร่วมงานศพคุณโบว์และสารวัตรจ๊าบก็ไปเพราะเป็นคน ไทยคนหนึ่งที่เสียใจ”

“บอกตรงๆ ว่าถ้าผมเป็นบุคคลธรรมดาผมคงพูดอะไรได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ผมต้องรักษาสถานะความเป็นกลางในฐานะที่เป็นสื่อ มันเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนจริงๆ แต่การที่ผมเสียใจและไปแสดงความเคารพให้กับคนสองคนที่เขามีความเชื่อเพื่อ ชาติมันก็เป็นสิ่งที่ควรทำ”

“เราต้องแยกชีวิตจริงกับเรื่องส่วนตัว ผมเองก็อยู่ช่อง 3 ผมก็อ่านข่าวกีฬาบันเทิง แต่นอกจากตรงนั้นไอ้เส้นผ่าตรงกลางที่มันลางเลือนที่ผมรู้สึกเสียใจกับการ เสียชีวิตของเขา มันก็เป็นสิ่งที่ควรแสดงออก การที่ผมมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ก็เพราะพี่น้องประชาชนชาวไทยเหมือนกัน”

“ฉะนั้น ทุกคน 60 ล้านคนมีความสำคัญกับตัวผมทั้งนั้น และเมื่อมีคนมาเสียชีวิตจากการความเชื่อความศรัทธาและความต่อสู้ปราศจาก อาวุธตรงนี้มันคือหัวใจที่ทำให้ผมต้องออกมาแสดงความเสียใจ ผมไม่ได้มาในฐานะ แชมป์ พีรพล ผมไปในฐานะของคนไทยคนหนึ่งครับ”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Tuesday, October 14, 2008

นักธุรกิจขอนแก่นติดป้ายถามใจ คนสั่งฆ่าประชาชน ทำได้อย่างไร

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-นักธุรกิจขอนแก่น ติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่หน้าร้าน ข้อความว่า “ต้องการอ่านแถลงการณ์เพียง 2 ชั่วโมง จำเป็นต้องทำให้คนขาขาด แขนขาด และตายด้วยหรือ” หวังคนขอนแก่นร่วมถามหาคนรับผิดชอบ ไม่นิ่งเฉย กับภาพความรุนแรงที่ประชาชนถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ เผยไม่กลัวตำรวจรังแก เพราะทำเพื่อต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม ด้วยพลังหัวใจรักชาติ

นางมณีรัตน์ เชาวน์ธเนศ เจ้าของร้านรับอัดขยายภาพชื่อดังบนถนนศรีจันทร์ ซึ่งอยู่ในชุดสีดำ เปิดเผยว่าที่แต่งชุดดำ เพราะต้องการไว้ทุกข์ให้กับน้องโบว์ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ และสารวัตรจ๊าบ พ.ต.ต.เมธี ชาติมนตรี ผู้เสียชีวิตที่กล้าหาญปกป้องชาติและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต พร้อมกับเปิดใจถึงสาเหตุที่ตัดสินใจทำป้ายไวนิล ขนาดยาวถึง 7 เมตร กว้างประมาณ 1.5 เมตร แขวนติดหน้าร้านรับอัดขยายภาพของตนกลางเมืองขอนแก่นอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะ ได้รับอันตรายจากอำนาจมืดหรือไม่

นางมณีรัตน์ เล่าว่า ตนและสามีติดตามข่าวสารการเมืองมาโดยตลอด และรู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างมากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ต้องเห็นตำรวจไทย ตั้งใจทำร้ายประชาชนเพียงเพื่อเปิดทางให้ส.ส. ส.ว. เข้าไปในรัฐสภา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี คือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อ่านแถลงการณ์ หรือแถลงนโยบายโดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่ได้ทำร้ายประชาชนไปจำนวนมาก

ตำรวจแสดงความโหดร้ายด้วยการใช้อาวุธ แม้จะอ้างว่าเป็นแก๊สน้ำตาที่ภายหลังมีการยืนยันแล้วว่าเป็นแก๊สน้ำตาจาก ประเทศจีน ที่ไม่ควรนำมาใช้ในการสลายการชุมนุมเพราะมีอานุภาพที่ร้ายแรง

เมื่อตำรวจได้ใช้ทำร้ายประชาชน จนเกิดความรุนแรงมีผู้บาดเจ็บขาขาดตั้งแต่ช่วงเช้า เวลาประมาณ 06.20 น. แล้ว ผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการ น่าจะยุติการสั่งทำร้ายประชาชนทันที
แต่กลับยังมีการระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชนต่อเนื่องทั้งตอนบ่าย ตอนเย็นและค่ำ จนมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก มีผู้สูญเสียอวัยวะอีกหลายคน และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น

เจ้าของป้ายไวนิลดังกล่าว กล่าวอีกว่า ได้แขวนป้ายนี้ได้ 2 วันแล้ว ซึ่งได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนชาวคนขอนแก่นอย่างมาก เนื่องจากป้ายดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และยังเขียนข้อความอย่างไม่เกรงกลัวในอำนาจมืดของใคร
“ลูกน้องในร้านบอกว่าเขาเห็นตำรวจแอบมาถ่ายภาพทั้งหน้าร้าน และในร้านไปแล้ว แต่ตนและสามีไม่รู้สึกกลัว เพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม ด้วยพลังหัวใจรักชาติ อีกทั้งเชื่อว่ามีประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องการถามกับผู้มีอำนาจ จึงได้ตัดสินใจทำป้ายดังกล่าวขึ้นมา ด้วยความหวังที่จะเห็นคนขอนแก่น และคนไทยร่วมใจกันคิดและทำเพื่อบ้านเมือง ทำสิ่งดีๆ เพื่อให้ประเทศไทยดีขึ้น ไม่อยากให้คนไทยกลายเป็นคนเฉยชากับความรุนแรง ไม่อยากให้มองภาพที่คนไทยด้วยกันถูกทำร้ายแล้วมองผ่านไป โดยไม่ถามหาจริยธรรม คุณธรรมของผู้ที่มีอำนาจสั่งการ และสามารถหยุดสั่งการได้ แต่กลับไม่ทำ”

สำหรับบรรยากาศที่ศูนย์ข่าวขอนแก่นในช่วงบ่ายถึงเย็นวันนี้ มีประชาชนชาวขอนแก่นและต่างอำเภอ เดินทางมาติดต่อขอรับหนังสือและวีซีดีตำรวจฆ่าประชาชนรวมกว่า 1,000 ราย ขณะที่มีผู้ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และช่วยASTV ผ่านศูนย์ข่าวASTV ภาคอีสาน จ.ขอนแก่นแล้วจำนวน 6,000 บาท โดยเงินบริจาคที่ได้รับมีการจัดส่งไปยังส่วนกลางต่อ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Monday, October 13, 2008

พระราชทานเพลิงศพน้องโบว์



สมเด็จพระราชินี และเจ้าฟ้าหญิงฯ เสด็จพระราชทานเพลิงศพน้องโบว์ พ่อเผยรับสั่งชมลูกเด็กดีช่วยชาติรักษาสถาบัน ในหลวงพระราชทานเงินช่วยค่ารักษาพยาบาล
เมื่อเวลา 16.00 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดศรีประวัติ ในงานพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังขณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7ตุลาคม 2551 โดยมี พล.อ. ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สูงสุด พร้อมด้วย ผบ.3 เหล่าทัพ และผู้ว่าราชการนนทบุรี เฝ้ารับเสด็จ ท่ามกลางความปลาบปลื้มของประชาชนหลายพันคน ที่รอเฝ้ารับเสด็จ ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ครอบครัวระดับปัญญาวุฒิ เข้าเฝ้าฯ
นายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดาของน้องโบว์ ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งและชมว่า ลูกสาวเป็นเด็กดี ช่วยชาติ ช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนได้กราบทูลกลับไปว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ทั้งสองพระองค์เสด็จมา และพระองค์ท่านยังทรงรับสั่งว่า ขอให้กำลังใจกับครอบครัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบแล้ว และเงินที่เป็นค่ารักษาในหลวงเป็นผู้พระราชทานให้

ราชินีเสด็จฯพร้อมเจ้าฟ้าหญิงฯ พระราชทานเพลิงศพน้องโบว์


สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ จะเสด็จพระราชทานเพลิงศพนางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ณ วัดศรีประวัติ เวลา 16.00 น.วันนี้(13ต.ค.)

(13ต. ค.) สำนักราชเลขาธิการ เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชสกุมารี จะเสด็จพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ในช่วงเวลา 16.00 น.วันนี้(13ต.ค.) ณ วัดศรีประวัติ จ.นนทบุรี ซึ่งได้สร้างความปลื้มปิติให้กับครอบครัว ระดับปัญญาวุฒิ เป็นอย่างมาก

ส่วนบรรยากาศงานพระราชทานเพลิงศพของน้องโบว์ในขณะนี้ มีเพียงญาติสนิท และเพื่อนเข้าร่วมงาน เพื่อเตรียมการต้อนรับเสด็จ ทั้งนี้ ทางกองออกแบบและก่อสร้างพลับพลาพิธี ได้เตรียมการจัดตั้งสถานที่ เพื่อรองรับในการเสด็จครั้งนี้

ผบ.เหล่าทัพร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. พล.อ. อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ. ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารระดับสูง 3 เหล่าทัพ จะร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ“น้องโบว์” นางสาว อังคณา ประดับปัญญาวุฒิ ที่เสียชีวิตกับเหตุการณ์การสลายการชุมนุม ที่รัฐบาลสั่งการเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชมุนุมของพันธมิตรฯ ยังมีผู้ชุมนุมเดินทางมารับฟังการปราศรัยอยางต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะสวมใส่ชุดสีดำและขาว เนื่องจากต้องการไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณ หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันพระราชทานเพลิงศพน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (โบว์)ที่จะมีขึ้นที่วัดศรีประวัติ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ในช่วงบ่าย

ส่วน เวทีปราศรัย นายสำราญ รอดเพชร ประกาศว่า ทราบข่าวว่าจะมีนายตำรวจและนักการเมืองไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณี พิเศษ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ จึงขอความกรุณาตำรวจและนักการเมืองว่าอย่าไปร่วมงานดังกล่าวเลย เพราะจะทำให้ญาติไม่สบายใจ อย่าไปทำให้สถานที่จัดงานศพแปดเปื้อน แต่หากเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านนั้นสามารถไปร่วมงานได้

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ในบ่ายวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะจะเดินทางไปรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ในช่วงเวลา 16.00 น. ของวันนี้ ณ วัดศรีประวัติ จ.นนทบุรี

หมอพรทิพย์ยันน้องโบว์"เสียชีวิตเพราะแก๊สน้ำตา

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เวลา 10.00 น. พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ถึงผลการทดสอบการยิงระเบิดแก๊สน้ำตาเมื่อวานนี้(12 ต.ค.)ที่ผ่านมา ว่า ผลการตรวจสอบพบสารระเบิด RDX ซึ่งเป็นสารประกอบระเบิดร้ายแรงพบจากแก๊สน้ำตาชนิดขว้างและชนิดยิง ที่สั่งซื้อมาจากประเทศจีน โดยตำรวจยอมรับว่าแก๊สน้ำตาชนิดดังกล่าวได้ถูกนำออกมาใช้สลายการชุมนุมเมื่อ วันที่ 7 ต.ค.มากที่สุด จึงเชื่อว่า แก๊สน้ำตาดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บแขนขาขาด

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยังได้นำภาพบาดแผลจากศพของนางสาวอังคณา ประดับปัญาวุฒิ หรือน้องโบว์ มีแผลเป็นวงกลมจากการกระ แทกของระเบิดแก๊สน้ำตาชนิดทรงกระบอก ที่ยิงออกจากปืนยิงแก๊สน้ำตา โดยระเบิดแก๊สน้ำตาดังกล่าวจะกระแทกเข้าที่เป้าหมาย จากนั้น 1 วินาที จึงเกิดระเบิด ขณะนี้จึงไม่ต้องตรวจสอบอีกแล้ว เพราะสาเหตุของการบาดเจ็บและชีวิต เกิดจากอาวุธที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้

Sunday, October 12, 2008

สมเด็จพระราชินี จะเสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ น้องโบว์


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ในเวลา 16.00 น.วันนี้ ณ วัดศรีประวัติ

วันนี้(13 ต.ค.) สำนักราชเลขาธิการ เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ในเวลา 16.00 น.วันนี้ ณ วัดศรีประวัติ ซึ่งได้สร้างความปลื้มปีติให้กับครอบครัวระดับปัญญาวุฒิเป็นอย่างมาก

ส่วนบรรยากาศงานพระราชทานเพลิงศพของน้องโบว์ขณะนี้ญาติสนิทและเพื่อน ได้เตรียมการรับเสด็จ ทั้งนี้ กองงานออกแบบและก่อสร้างพลับพลาพิธีได้เตรียมการจัดสถานที่เพื่อการรับเสด็จ ในครั้งนี้

หมอพรทิพย์ เผยแผลตามร่างกาย น้องโบว์ เป็นแก๊สน้ำตาจากจีนมีสาร RDX


วันนี้ (13 ต.ค.) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า จากการตรวจสอบยิงแก๊สน้ำตาเมื่อวานนี้(12 ต.ค.) พบสาร RDX ซึ่งเป็นสารร้ายแรงประกอบระเบิด จากการทดลองพบว่าแก๊สน้ำตาชนิดยิงและขว้างจากประเทศจีนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้สลายการชุมนุมเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาที่บริเวณรัฐสภา พบมีสารRDX ฟุ้งกระจาย ซึ่งขณะนี้พบต้นตอของสารRDX แล้ว ซึ่งสารRDX ไม่มีในแก๊สน้ำตาของอเมริกา และของสเปน

นอกจากนี้ตนได้นำชิ้นส่วนของปลอกกระสุนแก๊สน้ำตาที่พันธมิตรฯนำมาให้ แล้ว พบว่าเป็นชนิดเดียวกับของจีน ซึ่งเป็นชนิที่มีการยิงแก๊สน้ำตามากที่สุดในวันที่ 7 ต.ค. อย่างไรก็ตามวงกระแทกของแผลที่เกิดจากสารRDX จะมีลักษณะเฉพาะเป็นวงกลม ซึ่งเมื่อเปรียบกับแผลของน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวงศ์ (น้องโบว์) ก็พบว่าตัวลูกยิงแก๊สน้ำตาจากจีนกับแผลใกล้เคียงกัน ขนาดเท่ากัน

"ตนได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับคณะกรรมการสิทธิฯแล้ว แต่เปิดเผยให้สื่อทราบยังไม่ได้ ซึ่งข้อมูลการใช้แก๊ส พบว่าผู้ใช้ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อแก๊สน้ำตาจากจีน แต่มีผู้จัดหามาให้ ซึ่งไม่รู้ก่อนนำมาใช้ได้ทดลองก่อนหรือเปล่า ตนเชื่อว่าผู้นำมาใช้ไม่รู้ว่าถืออะไรอยู่ในมือ และตำรวจได้บอกตนว่าขณะนี้ไม่มีแก๊สน้ำตาชนิดที่เคยสั่งซื้อเมื่อปี 2538 อยู่ในคลังเก็บอาวุธแล้ว เพราะมีการเบิกไปใช้หมดแล้วแต่ละหน่วยก็ไม่มีเก็บแก๊สน้ำตาจากจีนไว้" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว

ทางด้าน นายสุรศรี โกศลนาวิน ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า การทดลองยิงแก๊สน้ำตามีความรุนแรงทั้งหมดชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมา 6 วันก็สรุปเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตามจะเชิญผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ข้อมูลก่อนสรุปข้อมูลนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ต่อไป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์