Showing posts with label สารวัตรจ๊าบ. Show all posts
Showing posts with label สารวัตรจ๊าบ. Show all posts

Wednesday, October 15, 2008

แชมป์ พีรพล ไม่หวั่นผลกระทบร่วมงานศพ น้องโบว์-สารวัตรจ๊าบ

สร้างความแปลกใจให้กับใครหลายๆ คนไม่น้อยทีเดียวกับการไปปรากฏตัวของดารา-พิธีกรจากช่อง 3 “แชมป์ พีรพล เอื้ออารียกุล” ในงานพระราชทานเพลิงศพของ “สารวัตรจ๊าบ เมธี ชาติมนตรี" ที่วัดโสมนัสฯ เมื่อวันวานที่ผ่านมา (14)

โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า สาเหตุที่มาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพครั้งนี้ ก็เพราะรู้สึกชื่นชมและศรัทธาในตัวของสารวัตรจ๊าบ รวมถึง “น้องโบว์ อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ” ซึ่งเสียชีวิตจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 อย่างโหดเหี้ยม

“ผมเป็นสื่อมวลชน เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นผู้ประกาศข่าว ฉะนั้น การที่จะบอกว่าผมอยู่ฝั่งไหนคงไม่สามารถพูดได้ แต่การที่ผมมางานของคุณโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ ก็เพราะว่าผมไปในฐานะของคนไทย ไม่ได้ไปในฐานะของดารา หรือผู้ประกาศข่าว หรือคนดัง”

“ทั้งคู่มีความเชื่อความศรัทธาและก็ต่อสู้ด้วยความเชื่อมั่นของตัว เองโดยปราศจาคอาวุธ ผมคิดว่าไม่เฉพาะผมคนเดียวที่เสียใจ คนไทยทั้งประเทศก็เสียใจเช่นกัน ทั้ง คุณโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ ก็เป็นคนไทย ผมเสียดายในชีวิตของพวกเขา”

“จึงอยากมาแสดงความเสียใจ มาแสดงความเคารพ ไม่ได้มาในฐานะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผมมาในฐานะคนไทยคนหนึ่ง”

ไม่กลัวผลกระทบ เพราะเชื่อว่าตนได้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควรแล้ว...“ไม่ครับ ผมไม่กลัว ถ้าผมตอบแบบนี้ คือ ผมก็เป็นกลาง และก่อนที่ผมจะตอบผมก็โทร.ไปถามหลายๆ คนแล้ว แต่ถ้าเกิดสุดท้ายผมไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลยสิ่งที่ผมทำลงไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ผมว่าวินาทีนี้ทุกคนต้องออกมาช่วยกัน ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว”

“ผมคิดว่าพี่น้องชาวไทยก็ควรจะรู้เหมือนกันว่าผมคิดอย่างไร ในฐานะที่ผมก็เป็นคนของประชาชน ผมเองก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตลอดเหมือนคนไทยทุกคน ถามว่าผมรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็อยากจะบอกว่า เราต้องย้อนไปดูระบอบประชาธิปไตย ถ้าเกิดว่ามีการเรียกร้องและไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บ และจบลงด้วยสันติวิธี ตรงนั้นน่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านการเมืองอย่างหนึ่ง”

“แต่สิ่งที่น่ากลัว ก็คือ การที่หลายๆ ฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกัน มีการแตกแยก ผมก็หวังเหมือนคนไทยทุกคน คือ ไม่ว่ามันจะมีการพัฒนาไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งคนบางกลุ่มอาจจะชอบ คนบางกลุ่มอาจจะไม่ชอบ แต่สุดท้ายผมอยากจะให้มันจบโดยที่แบบว่า เราเป็นคนไทยก็อยากให้เกิดความสามัคคี และก็ไม่มีเหตุการณ์ที่จะต้องมีการบาดเจ็บล้มตายกันอีก”

“ผมเองก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตลอด ในฐานะที่ผมเองเป็นสื่อมวลชน และเป็นคนที่มีน้องๆ เยาวชนติดตามผลงาน ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเราที่เราจะต้องแสวงหาความรู้มากกว่าสายบันเทิง หรือ กีฬา ที่เราทำอยู่ ถ้าถามว่าทางออกของการเมืองจะอยู่ที่ตรงไหน แต่ละคนก็แตกต่างกันไป ซึ่งมันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเห็นตรงกัน”
“แต่ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวที่ทุกฝ่ายและคนส่วนใหญ่ยอมรับ ก็คือ เป็นไปอย่างสันติวิธี สุดท้ายก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ก็ใช่ว่าทางออกที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นได้เสมอ ผมอยากให้ทุกคนที่ออกมาต่อสู้เพื่อตัวเองและเพื่อชาติถือผลประโยชน์ส่วนรวม หรือของชาติและประชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันจะนำไปสู่แนวทางที่ดีกว่าสร้างสรรค์กว่า”

“ในฐานะที่เป็นดารา หรือนักแสดงหลายๆ คนรู้สึกว่าผมจะต้องระมัดระวังตัวมากน้อยแค่ไหน ผมอยากจะบอกว่า สุดท้ายดารา พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ก็เป็นประชาชนเหมือนคนอื่น ฉะนั้นผมมองทางการเมืองมันมีหลายมุม ความเป็นจริงจะบอกว่าความวุ่นวายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการมันก็ถูก แต่ในความเป็นจริงในระบอบประชาธิปไตยการพัฒนาการของแต่ละประเทศย่อมไม่ เหมือนกัน”

“ความวุ่นวายอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการ แต่ถ้าความวุ่นวายมันไม่มีความบาดเจ็บล้มตายและการเมืองพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ก็อาจเป็นความต้องการของหลายๆ คนก็ได้ ฉะนั้นการเมืองไม่ใช่ขาวดำ การเมืองมันคือสีเทา การเมืองไม่สามารถที่จะหาความเห็นที่ตรงกันได้ ต่างคนก็ต่างมีมุมของตัวเอง”

“แต่ละคนก็ต้องหาวิธีแก้ไขและพบกันในจุดที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและ ประชาชนโดยสันติวิธี และพยายามหาจุดที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับได้ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป อันนี้คือไอเดียและสิ่งที่เกิดจากหัวใจผม และทำไมผมถึงได้ออกไปร่วมงานศพของคุณโบว์และสารวัตรจ๊าบ”

ไม่ขอออกความเห็นกรณีการแถลงการณ์ของตำรวจที่ยืนยันว่า ไม่มีการใช้ “ระเบิด” ในการสลายม็อบ
“เรื่องระเบิดที่ตำรวจบอกว่าไม่มี ตรงนี้ผมไม่อยากจะออกความเห็น แต่ที่ผมออกมาพูดวันนี้ไม่ใช่ฐานะแชมป์ พีระพล หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผมไปในฐานะของคนไทยที่เสียใจ คนไทยทั้งประเทศก็คงจะเสียใจที่สองบุคคลที่มีความเชื่อความศรัทธา ที่ต่อสู้ด้วยจิตใจเพื่อประเทศจะต้องมาเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คงจะพูดได้แค่นี้ คิดว่าทุกคนก็คงจะเห็นด้วยกับผม”

“ส่วนกระบวนการอย่างอื่นก็คงจะเป็นเรื่องของการสอบสวนไป ผมเองก็ไม่ได้อยู่วงในก็คงจะตอบอะไรไม่ได้ แต่บอกได้อย่างเดียว คือ ทุกคนเสียใจเหมือนกันหมด”

แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมีความเห็นตรงกัน แต่เจ้าตัวก็ยังหวังว่าทุกอย่างจะจบลงอย่าง “สันติวิธี”
“คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนมีความเห็นตรงกัน แต่จุดที่ลงตัวและหัวใจสำคัญคือสังคมส่วนใหญ่ 60-70 ล้านคนเห็นยังไง และสิ่งที่จะทำต่อไปก็คือจะต้องทำอย่างสันติวิธี แต่อย่างที่บอกเราอยู่ในโลกแห่งความจริง ทางออกที่ดีที่สุดอาจจะเป็นได้หรือไม่ได้ก็ไม่ทราบ แต่พี่น้องชาวไทยทุกคนต้องถือประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และมันจะนำไปสู่แนวทางที่ดีกว่า และสร้างสรรค์กว่าสำหรับสังคม”

ไม่หวั่นหากการเปิดตัวในสถานการณ์ตรงนี้จะทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าอยู่ฝั่งพันธมิตรฯ
“ตรงนี้สุดท้ายในชีวิตถ้าเกิดเราคิดเล็กคิดน้อยไปซะหมด เราอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย ผมเองมีผู้ใหญ่ที่เคารพและเราก็ทำอะไรอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา แต่ในการที่ผมจะทำอะไรจะไปร่วมงานศพคุณโบว์และสารวัตรจ๊าบก็ไปเพราะเป็นคน ไทยคนหนึ่งที่เสียใจ”

“บอกตรงๆ ว่าถ้าผมเป็นบุคคลธรรมดาผมคงพูดอะไรได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ผมต้องรักษาสถานะความเป็นกลางในฐานะที่เป็นสื่อ มันเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนจริงๆ แต่การที่ผมเสียใจและไปแสดงความเคารพให้กับคนสองคนที่เขามีความเชื่อเพื่อ ชาติมันก็เป็นสิ่งที่ควรทำ”

“เราต้องแยกชีวิตจริงกับเรื่องส่วนตัว ผมเองก็อยู่ช่อง 3 ผมก็อ่านข่าวกีฬาบันเทิง แต่นอกจากตรงนั้นไอ้เส้นผ่าตรงกลางที่มันลางเลือนที่ผมรู้สึกเสียใจกับการ เสียชีวิตของเขา มันก็เป็นสิ่งที่ควรแสดงออก การที่ผมมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ก็เพราะพี่น้องประชาชนชาวไทยเหมือนกัน”

“ฉะนั้น ทุกคน 60 ล้านคนมีความสำคัญกับตัวผมทั้งนั้น และเมื่อมีคนมาเสียชีวิตจากการความเชื่อความศรัทธาและความต่อสู้ปราศจาก อาวุธตรงนี้มันคือหัวใจที่ทำให้ผมต้องออกมาแสดงความเสียใจ ผมไม่ได้มาในฐานะ แชมป์ พีรพล ผมไปในฐานะของคนไทยคนหนึ่งครับ”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Tuesday, October 14, 2008

นักธุรกิจขอนแก่นติดป้ายถามใจ คนสั่งฆ่าประชาชน ทำได้อย่างไร

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-นักธุรกิจขอนแก่น ติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่หน้าร้าน ข้อความว่า “ต้องการอ่านแถลงการณ์เพียง 2 ชั่วโมง จำเป็นต้องทำให้คนขาขาด แขนขาด และตายด้วยหรือ” หวังคนขอนแก่นร่วมถามหาคนรับผิดชอบ ไม่นิ่งเฉย กับภาพความรุนแรงที่ประชาชนถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ เผยไม่กลัวตำรวจรังแก เพราะทำเพื่อต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม ด้วยพลังหัวใจรักชาติ

นางมณีรัตน์ เชาวน์ธเนศ เจ้าของร้านรับอัดขยายภาพชื่อดังบนถนนศรีจันทร์ ซึ่งอยู่ในชุดสีดำ เปิดเผยว่าที่แต่งชุดดำ เพราะต้องการไว้ทุกข์ให้กับน้องโบว์ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ และสารวัตรจ๊าบ พ.ต.ต.เมธี ชาติมนตรี ผู้เสียชีวิตที่กล้าหาญปกป้องชาติและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต พร้อมกับเปิดใจถึงสาเหตุที่ตัดสินใจทำป้ายไวนิล ขนาดยาวถึง 7 เมตร กว้างประมาณ 1.5 เมตร แขวนติดหน้าร้านรับอัดขยายภาพของตนกลางเมืองขอนแก่นอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะ ได้รับอันตรายจากอำนาจมืดหรือไม่

นางมณีรัตน์ เล่าว่า ตนและสามีติดตามข่าวสารการเมืองมาโดยตลอด และรู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างมากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ต้องเห็นตำรวจไทย ตั้งใจทำร้ายประชาชนเพียงเพื่อเปิดทางให้ส.ส. ส.ว. เข้าไปในรัฐสภา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี คือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อ่านแถลงการณ์ หรือแถลงนโยบายโดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่ได้ทำร้ายประชาชนไปจำนวนมาก

ตำรวจแสดงความโหดร้ายด้วยการใช้อาวุธ แม้จะอ้างว่าเป็นแก๊สน้ำตาที่ภายหลังมีการยืนยันแล้วว่าเป็นแก๊สน้ำตาจาก ประเทศจีน ที่ไม่ควรนำมาใช้ในการสลายการชุมนุมเพราะมีอานุภาพที่ร้ายแรง

เมื่อตำรวจได้ใช้ทำร้ายประชาชน จนเกิดความรุนแรงมีผู้บาดเจ็บขาขาดตั้งแต่ช่วงเช้า เวลาประมาณ 06.20 น. แล้ว ผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการ น่าจะยุติการสั่งทำร้ายประชาชนทันที
แต่กลับยังมีการระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชนต่อเนื่องทั้งตอนบ่าย ตอนเย็นและค่ำ จนมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก มีผู้สูญเสียอวัยวะอีกหลายคน และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น

เจ้าของป้ายไวนิลดังกล่าว กล่าวอีกว่า ได้แขวนป้ายนี้ได้ 2 วันแล้ว ซึ่งได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนชาวคนขอนแก่นอย่างมาก เนื่องจากป้ายดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และยังเขียนข้อความอย่างไม่เกรงกลัวในอำนาจมืดของใคร
“ลูกน้องในร้านบอกว่าเขาเห็นตำรวจแอบมาถ่ายภาพทั้งหน้าร้าน และในร้านไปแล้ว แต่ตนและสามีไม่รู้สึกกลัว เพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม ด้วยพลังหัวใจรักชาติ อีกทั้งเชื่อว่ามีประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องการถามกับผู้มีอำนาจ จึงได้ตัดสินใจทำป้ายดังกล่าวขึ้นมา ด้วยความหวังที่จะเห็นคนขอนแก่น และคนไทยร่วมใจกันคิดและทำเพื่อบ้านเมือง ทำสิ่งดีๆ เพื่อให้ประเทศไทยดีขึ้น ไม่อยากให้คนไทยกลายเป็นคนเฉยชากับความรุนแรง ไม่อยากให้มองภาพที่คนไทยด้วยกันถูกทำร้ายแล้วมองผ่านไป โดยไม่ถามหาจริยธรรม คุณธรรมของผู้ที่มีอำนาจสั่งการ และสามารถหยุดสั่งการได้ แต่กลับไม่ทำ”

สำหรับบรรยากาศที่ศูนย์ข่าวขอนแก่นในช่วงบ่ายถึงเย็นวันนี้ มีประชาชนชาวขอนแก่นและต่างอำเภอ เดินทางมาติดต่อขอรับหนังสือและวีซีดีตำรวจฆ่าประชาชนรวมกว่า 1,000 ราย ขณะที่มีผู้ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และช่วยASTV ผ่านศูนย์ข่าวASTV ภาคอีสาน จ.ขอนแก่นแล้วจำนวน 6,000 บาท โดยเงินบริจาคที่ได้รับมีการจัดส่งไปยังส่วนกลางต่อ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ร่วมไว้อาลัย สารวัตรจ๊าบ แน่นขนัดวัดโสมนัสราชวรวิหาร

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
วันนี้ (14 ต.ค.) เวลา 15.30 น.นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังวัดโสมนัสราชวรวิหาร เพื่อเดินทางมาเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ สารวัตรจ๊าบ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยพันธมิตรฯ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุระเบิดรถจี๊ปที่หน้าพรรคชาติไทย ขณะเดียวกัน มีบุคคลสำคัญมาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และ ส.ส.บางส่วน นอกจากนั้น ยังมี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจและอดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ราชนิกุล รวมไปถึงแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้ง 5 คน พล.ต.จำลอง ศรีเมิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แต่ก่อนหน้านั้น นายประทีป ขจัดพาล ศิลปินเพื่อชีวิต ได้ร้องเพลง ซึ่งแต่งขึ้นเฉพาะพระราชทานเพลิงศพ “สารวัตรจ๊าบ” โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำมือตบมาตบเป็นจังหวะตาม รวมทั้งมีการอ่านกลอนที่แต่งโดยบุตรของ พ.ต.ท.เมธี แต่ในขณะเดียวกัน

สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปพันธมิตรฯ จำนวนมากได้มาร่วมงานแน่นขนัด ทำให้พื้นที่เมรุฌาปนกิจศพเล็กลงถนัดตา โดยประชาชนทั้งนั่งและยืนเต็มพื้นที่ รายงานข่าวแจ้งจะมีการร้องเพลงเทียนแห่งธรรมภายในงานนี้ด้วย