Showing posts with label เมลามีน. Show all posts
Showing posts with label เมลามีน. Show all posts

Wednesday, October 29, 2008

ลูกอมกระต่ายขาว ปนเปื้อนเมลามีนเกินมาตรฐาน

วันที่ 29 ตุลาคม นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ผลการตรวจวิเคราะห์สารเมลามีนในผลิตภัณฑ์อาหารล่าสุด จำนวน 33 รายการ พบว่า มี ลูกอมครีม ตรากระต่ายขาว white rabbit creamy candy จากประเทศจีน ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจพบเมลามีน 3.85 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมหรือพีพีเอ็ม ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่อย.กำหนดไว้เพียง 2.5 พีพีเอ็ม

นอกจากนี้ ยังพบอาหารที่มีเมลามีนจำนวน 5 รายการ แต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน คือ 1. นมผงดัดแปลงสำหรับทารกเสริมธาตุเหล็กสูตรต่อเนื่อง สำหรับทารกและเด็กเล็ก ตราแนน 1 ออฟดิโป 1 บีดีเอชเอพลัส เออาร์เอ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน ของบริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เลขสารบบ10-3-10937-1-0221 วันที่ผลิต 15 ก.พ.2551 หมดอายุ 15 ส.ค.2552 พบเมลามีน 0.39 พีพีเอ็ม ซึ่งค่ามาตรฐานนมสำหรับทารกค่ามาตรฐานห้ามเกิน 1 พีพีเอ็ม

2.คุกกี้ช็อกโกแลต ตราชอร์ทที ของบริษัท เดอเบล จำกัด จากประเทศมาเลเซีย เลขสารบบ10-3-20050-1-0007 หมดอายุ 15 ส.ค.2552 พบเมลามีน 1.41 พีพีเอ็ม

3.ขนมปังสอดไส้ครีมช็อกโกแลต ตราเลคชิล ครีมช็อกโกแลต ของบริษัท เดอเบล จำกัด ประเทศมาเลเซีย เลขสารบบอาหาร10-3-20050-1-0003 หมดอายุ 1 ม.ค.2552 พบสารเมลามีน 0.72 พีพีเอ็ม

4.ขนมปังรวมมิตรเมโลดีส์ ยี่ห้อ จูลี่ส์ ของบริษัทมาร์คกิ้นส์อินเตอร์ เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด จากประเทศมาเลเซีย เลขสารบบ 96-4-00136-2-0036 วันที่ผลิต 12 ก.ค.2551 หมดอายุ 12 ก.ค.2552 พบเมลามีน 0.73 พีพีเอ็ม

5.ขนมปังกรอบรูปหมีโคอะล่าสอดไส้ ครีมรสช็อคโกแลต ตราโคอะล่า จากบริษัท ซันฟู้ดส์ เทรดดิ้ง จำกัด ประเทศจีน เลขสารบบ 10-3-13241-1-0299 ผลิต 7 ม.ค.2551 หมดอายุ 6 เม.ย.2552 พบเมลามีน 0.83 พีพีเอ็ม

“ส่วนผลการตรวจสอบไข่ไก่ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าฮ่องกงตรวจพบ ว่ามีการปนเปื้อนเมลามีนนั้น ผลจะออกประมาณอีก 1-2 วัน” นพ.พิพัฒน์ กล่าว
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Wednesday, October 15, 2008

อย.พบนมข้นจืดมะลิเปื้อนเมลามีนเกินมาตรฐาน 37 เท่า


อย.ตรวจพบเมลามีนปนเปื้อนในนมข้นจืดตรา มะลิ เกินมาตรฐานถึง 37 เท่า สั่งอายัดที่โรงงาน 1.5 แสนกระป๋อง – ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดสั่งเก็บห้ามขายหมด เนยเค็ม ครีมเทียม นมข้นหวาน ยี่ห้อเดียวกันรอลุ้นผล ส่วนยี่ห้ออื่นเก็บตรวจแล้วแต่ยังไม่ทราบผล

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช.สาธารณสุข แถลงว่า อย.ได้รับผลการตรวจวิเคราะห์สารเมลามีนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสารเมลามีน 1 รายการ คือ นมข้นแปลงไขมันไม่หวาน สูตรน้ำมันปาล์ม ตรามะลิ ชนิดกระป๋อง เลขสารบบ อย. 14-1-02323-1-0037 น้ำหนักสุทธิ 385 กรัม วันหมดอายุ 160109 ผลิตโดยบริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ตรวจพบปริมาณ สารเมลามีน 92.82 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่อย.กำหนดในผลิตภัณฑ์นมต้องมีเมลามีนไม่เกิน 2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

รมช.สธ. กล่าวอีกว่า อย. ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้ มาตรวจสอบทั้งสิ้นจำนวน 10 รายการ พบ 1 รายการ ,ไม่พบการปนเปื้อนของสารเมลามีนจำนวน 6 รายการ คือ 1. นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก อายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี ชนิดละลายทันทีสูตร 2 นูโอ-พลัส เครื่องหมายการค้าสโนว์แบรนด์ 2. นมผงดัดแปลงสำหรับทารกชนิดละลายทันที สูตร 1 สำหรับทารก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ปี นูโอ เครื่องหมายการค้าสโนว์แบรนด์ 3. ผลิตภัณฑ์นมชนิดละลายทันที สูตร 3 ผลิตภัณฑ์นมชนิดละลายทันที สำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว นูโอ-คิดส์ เครื่องหมายการค้าสโนว์แบรนด์

4. นมข้นแปลงไขมันหวานสูตรน้ำมันปาล์มผสมมันเนย ตรามะลิ นมผงขาดมันเนย 20% 5.Foster Farms Dairy NON FAT DRY MILK MADE FROM PASTEURIZED MILK และ 6. Skimmed Milk Powder และอีก 3 รายการ รอผลการตรวจสอบ ได้แก่ เนยชนิดเค็ม ตราออร์คิด ครีมเทียมข้นหวานชนิดพร่องไขมัน ตรา เบิดวิงซ์ นมข้นแปลงไขมันหวาน ตรามะลิ

นายวิชาญ กล่าวด้วยว่า เมื่อได้รับผลการตรวจวิเคราะห์พบสารเมลามีน เจ้าหน้าที่ อย. จึงรีบเข้าไปตรวจสอบยังโรงงาน เลขที่ 158 นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบการใช้วัตถุดิบ โดยบริษัทได้แจ้งว่า วัตถุดิบที่นำมาใช้มาจากหลายแหล่ง หลายประเทศ เช่น เบลเยี่ยม สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เยอรมนี อินเดีย และพม่า เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ อย. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบของบริษัทมาตรวจสอบเพิ่มเติมอีก จำนวน 15 รายการ และได้ประสานด่วนโดยทำหนังสือถึงบริษัทฯ ผู้ค้าปลีก และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ให้เรียกคืนผลิตภัณฑ์รุ่นที่มีปัญหาดังกล่าว รวมทั้งทุกผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้วัตถุดิบเดียวกัน พร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบเดียวกันออกจาก ชั้นวางจำหน่ายทุกแห่งทันที

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่โรงงานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดนมชนิดนี้ทั้งสิ้น 1.5 แสนกระป๋อง ซึ่งทราบว่าในรอบปีนี้บริษัทมีการผลิตสินค้าชนิดนี้ทั้งสิ้น 4 ล็อต โดยล็อตที่มีการตรวจพบสารเมลามีนปนเปื้อนเป็นล็อตที่ผลิตเมื่อราววันที่ 16 มกราคม 2551 ซึ่งผลิตจำนวนทั้งสิ้น 4 หมื่นกระป๋องอย.ได้สั่งเก็บออกจากท้องตลาดทั้งหมด ส่วนอีก 3 ล็อตได้สั่งการให้นำออกจากชั้นวางจำหน่ายเป็นการชั่วคราวจนกว่าผลการตรวจสอบ จะออกมาว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ หากไม่มีก็ให้นำมาวางจำหน่ายได้ตามปกติ

“ในการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าวัตถุดิบที่บริษัทใช้มีการนำเข้าจากหลาย ประเทศ แต่ไม่มีประเทศจีนแน่นอน จึงต้องสอบย้อนกลับไปว่าประเทศที่ขายวัตถุดิบให้กับบริษัทนี้นำเข้าวัตถุดิบ จากประเทศไหนต่อไป ส่วนระยะยาวอย.จะขอความร่วมมือให้บริษัทนี้ เฝ้าระวังและตรวจสอบวัตถุดิบเข้มข้นมากขึ้น ในขณะที่อย.ก็จะเก็บสินค้าของบริษัทที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมาตรวจสอบเป็น ระยะๆเช่นกัน ส่วนสินค้าที่มีผู้บริโภคซื้อไปแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นบริษัทต้องรับผิดชอบ ส่วนผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันของยี่ห้ออื่นๆ อย.ได้เก็บตัวอย่างมาตรวจแล้วแต่ยังไม่ทราบผล”นพ.พิพัฒน์กล่าว

เลขาธิการอย. กล่าวอีกว่า สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพไตของแต่ละบุคคล ปริมาณที่รับประทาน และน้ำหนักตัวของผู้บริโภค ทั้งนี้ ตามเกณฑ์มาตรฐานมีการระบุว่าสามารถบริโภคเมลามีนได้ไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัมต่อวัน หากน้ำหนักตัว 40 -50 กิโลกรัม ก็บริโภคได้ไม่เกิน 25 มิลลิกรัม ซึ่งนมชนิดนี้ 1 กระป๋องน่าจะมีปริมาณประมาณ 500 กรัม เพราะฉะนั้น หากบริโภคนมหมดใน 1 กระป๋อง จะได้รับสารเมลามีนประมาณ 45 มิลลิกรัม แต่โดยมากไม่มีใครบริโภคหมด 1 กระป๋องใน 1 วัน เพราะอย่างมากคงใส่ในกาแฟเพียงเล็กน้อย แต่หากเป็นในเด็กเล็กจะมีอันตรายมากกว่าเพราะระบบย่อยอาหารยังไม่ดี

“ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ที่ตรวจพบมีสารเมลามีนปนเปื้อน ประชาชนไม่ได้บริโภคปริมาณมากในแต่ละวัน และไม่ได้บริโภคเป็นประจำทุกวัน หากบริโภคทางสายกลางก็ไม่น่าจะมีอันตรายมาก ส่วนผู้บริโภคที่สงสัยว่าตนเองบริโภคนมหรือผลิตภัณฑ์นมที่มีการปนเปื้อนของ สารเมลามีนเข้าไปแล้ว แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพราะสารชนิดนี้สามารถขับออกได้ทางไต แต่หากเกรงจะเป็นนิ่วหรือโรคไต ก็ให้สังเกตตัวเอง ขณะที่ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทเอสแอนด์พี ที่อย.เก็บตัวอย่างมาตรวจเมื่อเร็วๆนี้ยังไม่ทราบผล”นพ.พิพัฒน์กล่าว

เล ขาธิการอย. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับความผิดที่จะได้รับคือ โทษฐานผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อย. จะเข้มงวด ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่มีปัญหา และจะถือว่าเข้าข่ายต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ขณะเดียวกันจะให้บริษัทมีมาตรการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ให้ปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะสารเมลามีน เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนซ้ำ และหาก อย. ตรวจสอบพบการปนเปื้อนซ้ำอีก จะมีโทษที่รุนแรงขึ้น และไม่เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Tuesday, October 14, 2008

จีนเก็บนมสดผลิตก่อน14ก.ย. ไปตรวจสอบ

จีนสั่งให้เก็บนมสดและนมผงที่ผลิตก่อนวันที่ 14 กันยายน ออกจากชั้นวางจำหน่าย เพื่อนำไปตรวจหาสารเมลามีนเป็นการฉุกเฉิน และนับเป็นครั้งแรกที่มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์นมทุกชนิดครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวนมปนเปื้อนสารอันตรายที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรม เมื่อเดือนที่แล้ว และนับเป็นการออกมาตรการระลอกล่าสุดของจีน เพื่อขจัดความวิตกเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในจีน และเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นับตั้งแต่มีเด็กทารกเสียชีวิตไป 4 คน และอีกกว่า 5 หมื่นคน พากันล้มป่วย หลังดื่มนมปนเปื้อน

ทางการได้โยนความรับผิดชอบเรื่องนี้ไปยังซัพพลายเออร์ โดยระบุว่า พวกเขาเติมสารเมลามีนลงไปในนมที่ถูกเติมน้ำ เพื่อหลอกเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพว่านมผสมน้ำมีค่าโปรตีนสูง แต่เมลามีน ทำให้เกิดนิ่วในไต จากการที่ร่างกายพยายามขับมันออก และยังสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตในกรณีที่เกิดอาการไตวายอีกด้วย

สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างคำสั่งที่ได้รับการอนุมัติจาก 6 กระทรวงและฝ่ายบริหารอื่น ๆ ว่า นมผงและนมสดทุกชนิดที่ผลิตก่อนวันที่ 14 กันยายน ทั่วประเทศ จะต้องถูกทดสอบโดยผู้ผลิต และผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะสามารถนำออกวางจำหน่ายได้ หลังผ่านการทดสอบคุณภาพและติดฉลากว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้น แต่ซินหัวไม่ได้ระบุว่า เหตุใดจึงมีคำสั่งเรียกเก็บผลิตภัณฑ์นมในช่วงนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ มีการเรียกเก็บนมสดและนมผงเป็นบางชนิดเท่านั้น

แต่มีรายงานว่า มีเด็กชาวฮ่องกงวัย 2 ปี เป็นนิ่วหลังจากรับประทานนมและคุกกี้ปนเปื้อนเมลามีนรัฐบาลฮ่องกง ระบุว่า เด็กชายผู้นี้ดื่มนมที่ผลิตโดยบริษัทอี้หลี อินดัสเทรียล โค สัปดาห์ละ 3 กล่อง มานาน 2 ปีแล้ว และรับประทานคุกกี้รูปหมีโคอาล่า รสช็อคโกแล็ต ที่ผลิตโดยล็อตเต้ กรุ๊ป ของญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 5 กล่อง

เรื่องอื้อฉาวนมปนเปื้อน ได้กระทบถึงร้านอาหารสาขายอดนิยมของไทย เอสแอนด์พี ที่ระบุเมื่อวันอังคารว่า ได้เรียกเก็บคุกกี้จากร้านจำหน่ายทั่วประเทศ หลังจากทางการสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า พบการปนเปื้อนสารเมลามีนในปริมาณสูงในคุกกี้ของเอสแอนด์พี ขณะที่ในไทย ได้เรียกเก็บคุกกี้นมจากร้านวางจำหน่าย 280 สาขาทั่วประเทศแล้ว
ที่มา คมชัดลึก

เอสแอนด์พีเก็บคุกกี้ เร่งส่งอย.ตรวจพิสูจน์

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงกรณีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตรวจพบสารเมลามีนปริมาณ เข้มข้นในขนมปังกรอบนำเข้าจากไทยและศรีลังกา โดยการทดสอบแสดงให้เห็นว่ามีปริมาณปนเปื้อนสูงในคุกกี้หลายชนิดของบริษัทเอส แอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นั้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบริษัทดังกล่าวส่งออกผลิตภัณฑ์คุกกี้จำนวน 3 รายการ ได้แก่ บัตเตอร์คุกกี้ คุกกี้อัลมอนด์ และคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ส่งไปยังประเทศเยอรมนีเพียงประเทศเดียว ไม่รู้ว่าส่งต่อไปสวิต�เซอร์แลนด์ได้อย่างไร แต่บริษัทยืนยันว่าวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิต ไม่ได้นำเข้าจากจีน แต่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม บริษัทแสดงความรับผิดชอบและให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยการนำคุกกี้รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบรุ่นการผลิตเดียวกันออกจากชั้นวางจำหน่ายจนกว่าผล ตรวจวิเคราะห์หาสารเมลามีนจะแล้วเสร็จ

เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากล่าวว่า วันเดียวกัน คณะกรรมการอาหารและยา ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ผลิตของบริษัทและสุ่มเก็บผลิตภัณฑ์ และวัตถุดิบ 7 รายการ ได้แก่ แป้งสาลี 3 รายการ เนย 2 รายการ นมผง 2 รายการ ผลิตภัณฑ์คุกกี้ จำนวน 7 รายการ ได้แก่ บัตเตอร์คุกกี้ คุกกี้อัลมอนด์ และคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันกับที่ส่งออกไปยังประเทศเยอรมนี และผลิตภัณฑ์คุกกี้ที่มีนมเป็นส่วนผสมอีก 4 รายการ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศ

นายแพทย์พิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า จะส่งตัวอย่างทั้งหมดตรวจวิเคราะห์หาสารเมลามีน คาดว่าจะทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง หรือประมาณวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ตั้งแต่มีข่าวเกี่ยวกับสารเมลามีนปนเปื้อนในอาหาร คณะกรรมการอาหารและยาเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบรวมถึง คุกกี้ ส่งตรวจวิเคราะห์หาสารเม�ลามีนแล้ว 519 ตัวอย่าง ผลปรากฏไม่พบการปนเปื้อนสารเมลามีน ผู้บริโภคอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เนื่องจากคณะกรรมการอาหารและยามีมาตรการที่เข้มงวด ทั้งผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศ และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ด้านนายวิทูร ศิลาอ่อน รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทเอสแอนด์พีฯกล่าวว่า สั่งเก็บคุกกี้นมจากร้านจำหน่าย 280 สาขาทั่วประเทศไทยเป็นการป้องกันไว้ก่อน และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และจะส่งตัวอย่างคุกกี้นมไปให้คณะกรรมการอาหารและยาตรวจให้แน่ชัด

ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทเอสแอนด์พีฯ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ส่งออกคุกกี้นมไปสวิตเซอร์แลนด์ ส่งไปที่เยอรมนี 60 กล่องเท่านั้น ไม่รู้ว่าสวิตเซอร์แลนด์นำตัวอย่างคุกกี้ที่ไหนมาตรวจสอบ บริษัทไม่ได้ใช้นมผงจากจีน แต่ใช้นมผงนำเข้าจากออส�เตรเลียในการผลิต ส่วนนมข้นจืดที่ใช้เป็นส่วนผสม ซื้อจากผู้ผลิตในประเทศไทย สินค้าของเอสแอนด์พีผลิตได้มาตรฐานทุกขั้นตอน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ 13 ต.ค. กระทรวงสาธารณสุขสวิตเซอร์แลนด์ สั่งระงับขายสินค้าผลิตภัณฑ์ 3 รายการ มีขนมหวานรสนมยี่ห้อกระต่ายขาวของจีน คุกกี้นมยี่ห้อเอสแอนด์พี จากไทย และขนมปังกรอบยี่ห้อเลมอนพัฟฟ์ จากศรีลังกา แม้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิด มีส่วนผสมของสารเมลามีนไม่มากและไม่ถึงขั้นก่ออันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพผู้ บริโภค ขณะเดียวกันทางการสวิตเซอร์แลนด์ยังตรวจสอบผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กอีกกว่า 12 ชนิด แต่ไม่พบมีการปนเปื้อนสารเมลามีน

ส่วนบริษัทอินเนอร์ มองโกเลีย อี้ลี่ อินดัสทรี กรุ๊ป และเหม่งนิ่ว แดรี รวมทั้งไบรท์ แดรี กรุ๊ป เจ้าของผลิตภัณฑ์ นมเปื้อนสารเมลามีนรายใหญ่ของจีน 3 แห่ง แถลงขออภัยต่อสาธารณชนที่เป็นเหตุทำให้เด็กทารกผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ นมล้มป่วยกว่า 54,000 คน เสียชีวิต 4 ราย และนำไปสู่การตรวจสอบ และเก็บคืนสินค้าผลิตภัณฑ์นมของจีนจากทั่วโลก ส่วนกระทรวงเกษตรจีนยังส่งเจ้าหน้าที่ตรวจความสะอาดสถานีเก็บกักน้ำนมดิบ และผู้ผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ที่มา ไทยรัฐ

Monday, October 13, 2008

สวิสเจอเมลามีนปริมาณสูงในคุกกี้ เอสแอนด์พี

สวิสเจอเมลามีนปริมาณสูงในคุกกี้"เอสแอนด์พี" นำเข้าจากไทย-ศรีลังกา สั่งหยุดขาย ย้ำอันตรายกับเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ ด้านผู้ประกอบการเร่งตรวจสอบ ยันสินค้าไม่มีปัญหา

เมื่อวันที่13 ตุลาคม ทางการเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ แถลงว่า พบสารเมลามีนปริมาณเข้มข้นในขนมปังกรอบที่นำเข้าจากไทยและศรี ลังกา และได้ขอให้ประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ยกเลิกการขายสินค้าชนิดนี้ แล้ว พร้อมทั้งระบุว่า การทดสอบแสดงให้เห็นว่ามีปริมาณสารเคมีเมลามีนปน เปื้อนปริมาณสูงในคุกกี้หลายชนิดของเอสแอนด์พี และขนมรสเลมอนพัฟฟ์ ยี่ห้อ มันชี ของศรีลังกา โดยในแถลงการณ์ระบุว่า พบช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า เหล่านี้ และสั่งให้ยกเลิกการจำหน่ายแล้ว ส่วนผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์นมเด็ก อีกหลายยี่ห้อ ไม่พบว่า มีการปนเปื้อนสารเมลามีนแต่อย่างใด

กระทรวงสาธารณสุขสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า การปนเปื้อนสารเมลามีนใน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นอันตรายเฉพาะกับเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ หากรับประทาน ทุกวัน วันละกว่า 1 กิโลกรัม เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆ แต่ไม่เป็นอันตราย ต่อผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทางการสวิสไม่อาจปล่อยให้มีการปนเปื้อนได้ จึงต้อง เรียกเก็บจากชั้นจำหน่ายในทันที

ทั้งนี้สารเมลามีน ซึ่งเป็นสารเคมีทางอุตสาหกรรมได้ถูกเติมลงในนม ที่จัดจำหน่ายในจีนจนทำให้เด็กล้มป่วยจากการบริโภคนมผงปนเปื้อนสารมรณะนี้ กว่า 5.4 หมื่นราย และเสียชีวิต 4 ราย ทั้งยังทำให้เกิดความหวาดวิตกไปทั่ว โลก เนื่องจากมีสินค้านมหลายชนิดของจีนที่มีการปนเปื้อนและถูกส่งออกขายไป ทั่วโลก

ด้านนายวิทูรศิลาอ่อน รองผู้จัดการใหญ่สายพัฒนาธุรกิจและการตลาด ร้านอาหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท กล่าวว่า มั่นใจว่าสินค้าของเอส แอนด์พีไม่มีปัญหา ทั้งนี้ ในวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ เป็นการนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียผ่านบริษัท กลอรี่ เชน ซึ่งเป็นซัพพลาย เออร์หลัก และมีใบรับรองมาตรฐานสินค้า อย่างไรก็ตาม ในปัญหาดังกล่าวสำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควรจะเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้าง ความมั่นใจให้ผู้บริโภค

"ค่อนข้างมั่นใจว่าสินค้าของเราไม่มีปัญหา แต่คาดว่าปัญหาน่าจะ เกิดจากการบล็อก หรือคุมเข้มสินค้าที่มาจากแถบเอเชียตะวันออกมากกว่า" นาย วิทูรกล่าวและว่า สินค้าของเอสแอนด์พีมีสัดส่วนการส่งออกน้อย และเน้นส่งออก ตลาดโซนอเมริกาในผลิตภัณฑ์โพรเซ่นฟู้ด และควิกมีล เป็นหลักมากกว่า ส่วนการ กระจายไปถึงสวิตเซอร์แลนด์นั้น บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า เป็นการส่งออก ของบริษัท หรือเป็นลักษณะหิ้วไปจำหน่ายเอง

ที่มา คมชัดลึก