Sunday, October 12, 2008

ช่วงช่วง-หลินฮุ่ยฉลอง 5 ปี


สวนสัตว์เชียงใหม่จัดงานฉลองครบ 5 ปี ที่หมีแพนด้า “ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย” เดินทางมาอยู่ประเทศไทยครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ต.ค. นายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานฉลองครบ 5 ปี ที่หมีแพนด้าคู่ขวัญ “หลินฮุ่ย-ช่วงช่วง” หรือชื่อภาษาไทยว่า “เทวี-เทวัญ” หรือชื่อในภาษาล้านนาว่า “คำเอ้ย-คำอ้าย” เป็น หมีแพนด้าจากศูนย์อนุรักษ์และวิจัยหมีแพนด้า เขตอนุรักษ์ วู่หลง เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งมาเป็นทูตเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนเป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งในวันที่ 12 ต.ค.นี้ จะครบ 5 ปี หรือครึ่งทางของการมาอยู่เมืองไทย

สำหรับการจัดงานฉลองครบ 5 ปีทางสวนสัตว์ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-17 ต.ค. โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้งวัน ในส่วนของการจัดงานฉลองได้มีการตกแต่งสวนจัดแสดงหมีแพนด้าใหม่ มีการตกแต่งพื้นที่โดยรอบด้วยการทำหิมะเทียมจนขาวโพลนเต็มพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มีการมอบของขวัญชิ้นพิเศษเป็นเค้กขนาดใหญ่ ประกอบด้วยผลไม้นานาชนิดรวมทั้งคุกกี้ไม้ไผ่ของโปรดของ 2 หมีแพนด้ายักษ์คู่นี้ มีประชาชนพาลูกๆ หลานๆ มาร่วมงานนับพันคน โดยสวนสัตว์ได้เปิดโอกาสให้ “หลินฮุ่ย” กับ “ช่วงช่วง” ออกมาอยู่ร่วมกัน หลังจากที่จัดให้แยกกันอยู่มานานหลายเดือนติดต่อกัน ซึ่งครั้งหลังสุดที่หมีแพนด้าทั้ง 2 ตัวได้อยู่ร่วมกันคือวันที่ 28 ก.ย. เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “หลินฮุ่ย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่เปิดให้หมีแพนด้าทั้ง 2 ตัวออกมายังลานแสดงด้านหน้า ปรากฏว่า “หลินฮุ่ย” มีการตื่นเต้นดีใจ ตรงรี่เข้าไปหาของกินที่ชอบทันที ผิดกับ “ช่วงช่วง” ที่มีอาการเฉยเมยและค่อนข้างหงุดหงิด ไม่ยอมให้ “หลินฮุ่ย” เข้า ใกล้ สุดท้ายยอมเข้ามากินอาหารและผลไม้ที่ทางสวนสัตว์จัดให้จำนวนหนึ่งก่อนจะปลีก ตัวออกไปนอนดูอยู่ห่างๆ นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ และยังเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประ-เทศไทย เผยถึงท่าทีของ “ช่วงช่วง” ว่า อาจจะเป็นเพราะเริ่มเคยชินกับการหยอกล้อกับ “หลินฮุ่ย” จึงมีท่าทีเฉยเมยอย่างที่เห็น และอาจจะหงุดหงิดที่มีคนมาดูเป็นจำนวนมากกว่าปกติ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใหญ่โต

“ขณะนี้หมีแพนด้าทั้ง 2 ตัวเดินทางมาอยู่ประเทศ ไทยได้ 5 ปีแล้ว เหลือระยะเวลาอีกแค่ 5 ปีเท่านั้นก็จะต้องส่งคืนประเทศจีนแล้ว ทางสวนสัตว์เชียงใหม่อยู่ ระหว่างเตรียมการให้พร้อมในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของทั้งคู่ โดยคาดหวังว่าน่าจะมีโอกาสที่ประสบความสำเร็จมากกว่าครั้งอื่นๆ” นายประเสริฐศักดิ์สรุปทิ้งท้าย

ที่มา ไทยรัฐ

No comments: